10 เรื่องต้องรู้!! ก่อนยกกระชับปรับรูปหน้า พร้อมอัพเดตเทคโนโลยีกระชับปรับรูปหน้าที่ดีที่สุดแห่งปี 2021

 

ในปัจจุบันสาวๆ และหนุ่มๆ มากมายต่างให้ความสนใจเรื่องการดูแลรูปร่างหน้าตาของตนให้สดใสสวยงามอยู่เสมอเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิต ซึ่งการทำให้ใบหน้า รูปร่าง หรือบุคลิกโดยรวมของเราให้ดูดีนั้นสามารถทำได้ทั้งการออกกําลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และใช้มอยส์เจอไรเซอร์ หรือครีมกันแดดอย่างเป็นประจำ

แต่ก็ไม่ใช่ทุกปัญหาความงามซะทีเดียวที่สามารถกำจัดไปได้ด้วยตนเอง ดังนั้น จึงถือกำเนิดเทคโนโลยีทางความงามต่างๆ เข้ามาช่วยแก้ไขและกำจัดปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เช่นเทคโนโลยีเลเซอร์ช่วยยกกระชับผิวหน้า หรือแม้แต่การศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ต่างๆก็เข้ามาตอบโจทย์ปัญหาความงามให้กับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุดในปัจจุบัน

และนอกจากนี้เมื่อถึงช่วงอายุหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของใบหน้า เช่น กระดูกใบหน้าที่ยุบตัวลง รวมถึงชั้นเนื้อเยื่อไขมันที่ไม่เต่งตึง คอลลาเจนและอิลาสตินของผิวที่เสื่อมสภาพ โดยสามารถเริ่มเห็นได้ชัดในวัย 30-40-50 ปี เช่น ร่องน้ำตา ร่องแก้ม ร่องที่มุมปาก ขมับที่และหน้าผากที่ตอบลง รวมไปถึงใบหน้าทีมีความหย่อนคล้อยไม่กระชับดังเช่นสมัยสาวแรกรุ่น ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ด้วยการดูแลตัวเองแบบปกติ ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นตัวช่วย ดังนั้นวันนี้ Nida Esth’ Medical Centre (ศูนย์การแพทย์นิดา เอสธ์) จึงได้รวบรวม 10 ข้อสาระน่ารู้ ที่เป็นประโยชน์สำหรับใครที่กำลังกังวลเกี่ยวกับปัญหารูปหน้าไม่กระชับ หย่อนคล้อย และต้องการคำแนะนำในการปรับรูปหน้าด้วยเทคนิคและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมในปี 2021

สารบัญ

1. ปัญหารูปหน้า..ปัญหาที่เราพบบ่อย

ปัญหารูปหน้ามีด้วยกันหลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 4 ปัญหาหลัก ๆ ดังนี้

 

 

1.1 ปัญหาหน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อ

โดยมากแล้วสาเหตุใหญ่ของปัญหารูปหน้าสี่เหลี่ยม กรามใหญ่ หน้าบาน ส่วนมากมาจากปัญหากล้ามเนื้อหรือกระดูกที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าสัดส่วนของใบหน้าโดยรวม โดยเราสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ โดยการลองกัดฟันกรามค้างไว้ แล้วลองคลำบริเวณกรามทั้สองข้าง จะพบว่ามีการนูนขึ้นมาของกล้ามเนื้อ ซึ่งยิ่งนูนออกมามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแปลว่ากล้ามเนื้อกรามเรามีมากเท่านั้นซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หน้าใหญ่-หน้าบานเป็นอันดับต้น ๆ ของชาวเอเชีย

 

 

1.2 ปัญหาหน้าใหญ่จากไขมัน

ปัญหาหน้าาใหญ่ แก้มยุ้ยจากการสะสมของไขมันจำนวนมากจนเกินพอดี ทำให้หน้าดูบาน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยครั้งในผู้หญิง โดยมักมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์และอายุที่เพิ่มมากขึ้นซึ่งมักมีพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายที่ไม่สม่ำเสมอ 

1.3 ปัญหาความหย่อนคล้อย

ริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อย เป็นสัญญานแรกที่สามารถสังเกตได้ถึงความแก่ของผิว มักเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังขาดความชุ่มชื้น อีลาสติน และคอลลาเจนที่ลดลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นร่วมกับความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อที่พยุงใบหน้า โดยมักพบบริเวณรอบดวงตา บริเวณกรอบใบหน้า ลำคอ และร่องปาก การสูบบุหรี่ และสัมผัสยูวีจากแสงแดดมากเกินไปจะเป็นสิ่งเร้าภายนอกที่ทำให้เกิดริ้วรอยได้เร็วขึ้น สำหรับความหน่อยคล้อย เมื่อมีอายุเพิ่มสูงขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อพยุงใบหน้าและผิวหนังไม่ตึงกระชับ สูญเสียความแน่นของผิว ซึ่งแรงโน้มถ่วงและการเพิ่มหรือลดน้ำหนักมากไป เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดการหย่อนคล้อย ไม่ตึงกระชับได้

1.4 ปัญหาหน้าดูแก่กว่าวัย หน้าตอบ ไม่มีน้ำมีนวล

 

 

ปัญหาหน้าแก่กว่าวัยเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นในช่วงวัย 40-50 ปีขึ้นไป ร่วมกับปริมาณสาร Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่ง ลดปริมาณลงเป็นอย่างมากจนก่อให้เกิดความเสื่อมสภาพของโครงสร้างใบหน้า รวมถึงปัญหาผิวเกิดสภาวะการเสียสมดุลของไขมันบริเวณใบหน้าเมื่ออายุมากขึ้นเนื่องากกล้ามเนื้อใบหน้าที่ช่วยพยุงชั้นไขมันเกิดการเสื่อมถอยลง โดยทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดปัญหาหน้าเหี่ยว หน้าตอบ ดูไม่สดใส

นอกจากนี้การทำงานของคอลลาเจนและอิลาสติดที่เสื่อมสภาพก่อให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำ หน้าไม่เรียบและรูขุมขนกว้าง สัญญานเหล่านี้นั่นเองที่เป็นสัญญานโดยรวมของผิวแก่ที่สาว ๆ วัย 40-50+ กำลังเผชิญอยู่

2. อัพเดตเทคนิคปรับรูปหน้าแห่งปี 2021 สำหรับปัญหาหน้ากาง หน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อ

 

 

 การฉีด Botox

การฉีด Botox® : คือสาร Botulinum toxin เป็นทางเลือกหนึ่งเดียวที่สามารถช่วยลดปัญหาหน้าบานจากกล้ามเนื้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดเลยก็ว่าได้ เพราะเห็นผลลัพธ์รวดเร็ว ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ  ไม่ต้องผ่าตัดจึงไม่ต้องเจ็บตัวมาก แต่การฉีดโบท๊อกซ์เพื่อปรับรูปหน้านั้นเหมาะกับคนที่มีปัญหาหน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อเท่านั้น ถ้าเป็นไขมันอาจจะต้องพิจารณาเป็นเทคนิคอื่น ๆ แทน นอกจากนี้ประโยชน์ของโบท๊อกซ์คือช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ บริเวณใบหน้าได้และยังสามารถลดเหงื่อในบริเวณที่เหงื่อออกเยอะได้อีกด้วย

ข้อเสีย ผลลัพธ์อาจะอยู่ได้ไม่ถาวร ควรต้องีดซ้ำเป็นประจำทุก 3-6 เดือน เพื่อคงผลลัพธ์ว้ให้ทนนานที่สุด

 

 

การร้อยไหม

การร้อยไหม:เป็นวิธีที่สามารถปรับรูปหน้าได้ลึกถึงระดับชั้นกล้ามเนื้อซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการร้อยไหมเพื่อยกกระชับกล้ามเนื้อให้ถูกต้องตามโครงหน้าที่สวยงาม แต่ข้อด้อยขอการร้อยไหมคือ

  • ไม่สามารถแก้ไขปัญหาหน้ากาง หน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อได้
  • ไม่สามารถให้ผลลัพธ์ถาวรได้ เนื่องจากตัวไหมจะละลายหายไปในระยะเวลาประมาณสองถึงสามปีทำให้ใบหน้าเกิดการหย่อนคล้อยเช่นเดิม
  • เกิดความเสี่ยงที่พังผืดรัดตัวของเส้นไหมที่ร้อยลงไปในผิวหน้าทำให้เกิดใบหน้าเป็นตะปุ่มตะป่ำหรือผิดรูปไปได้
  • มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อบริเวณใบหน้าที่พบได้บ่อยจากการขาดมาตรฐานด้าน Sterilization Tehnique

ตารางเปรียบเทียบข้อดีขอดอยของเทคนิคการปรับรูปหน้าจากปัญหากล้ามเนื้อ

Botox ร้อยไหม
ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อหลังการทำหัตถการ มีโอกาสติดเชื้อได้หากดูแลรักษาความสะอาดไม่ดี
มีโอกาสติดเชื้อได้หากดูแลรักษาความสะอาดไม่ดี ทำครั้งเดียวอยู่ได้ประมาณสองถึงสามปี
เจ็บน้อยกว่า เจ็บมากกว่า
ไม่มีอาการบวมช้ำหลังทำเสร็จ อาจก่อให้เกิดการบวมช้ำเลือดออกได้
ลดขนาดกล้ามเนื้อ Masseter ทำให้หน้าเรียวได้ยาวนาน ไม่สามารถลดขนาดกล้ามเนื้อได้ เพียงแค่ขึงผิวขึ้นไปให้ตึเท่านั้น

 

3. อัพเดตเทคนิคปรับรูปหน้าประจำปี 2021 สำหรับหน้าอ้วน จากปัญหาไขมันสะสม

เทคโลโลยีเลเซอร์ปรับรูปหน้าพลังงานทองคำ Deep Lock Gold Laser Tripple V Effect

​​​​​​​Deep Lock Gold Laser Tripple V Effect : เทคโนโลยีเลเซอร์จากทางฝั่งยุโรป ได้มาตรฐานความปลอภัยและการันตีผลลัพธ์จาก CE Mark เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์หนึ่งเดียวที่ได้รับแหล่งกำเนิดพลังงานมาจากทองคำบริสุทธิ์ (Gold-based Ceramic) เพื่อการยกกระชับผิวหน้าและลำคอโดยไม่ต้องผ่าตัด ให้ผลลัพธ์การรักษาได้ดีที่สุดในปัจจุบันที่ผสานศาสตร์เลเซอร์เข้ากับอนุภาคของทองคำที่เป็นแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ จากผลงานวิจัยของทีมนักวิจัยในประเทศฝรั่งเศส  เป็นเทคโนโลยีคลื่นแสงที่ได้พลังงานบริสุทธิ์ของทองคำที่ปล่อยคลื่น Fractional High Intensity Focus Ultrasound ลงไปยังชั้นผิว เพื่อเข้าไปปรับการทำงานใต้ชั้นผิว ที่จะช่วยปรับรูปหน้าให้เรียว ยกกระชับหน้า ปรับหน้าเด็ก-ผิวเด็ก เพิ่มความเนียนกระจ่างสว่างใสของใบหน้า ลดเลือนริ้วรอยทำให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ แม้คลื่นแสงลงลึกไปถึง 5 มิติก็ตามเรียกได้ว่า เลเซอร์ที่ครบจบในหนึ่งเดียวของทุกปัญหาผิว

 

 

Tips: ใครที่อยากหน้า “เล็ก-เด็ก-เรียว” แบบเห็นผลทันทีและไม่ต้องศัลยกรรม ไม่ฉีด หรือเบื่อกับการต้องแต่งหน้าคอนทัวร์หลายสเต็ปก็ขอแนะนำโปรแกรม Deep Lock Gold Laser Triple V Effect เป็นโปรแกรมเลเซอร์ที่ช่วยให้ใบหน้ายกกระชับได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำค่ะ

 

 

การฉีดสลายไขมัน

การฉีดสลายไขมัน: เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการช่วยกำจัดไขมันบริเวณแก้มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงซึ่งสามารถให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ภายในระยะเวลาหนึ่งถึงสองเดือนหลังการฉีด ข้อดีคือราคาไม่สูงมาก แต่ผู้ที่คิดจะสลายไขมันด้วยการฉีดคงจะต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น คือ

1.สารที่นำมาฉีดสลายไขมันบริเวณใบหน้าส่วนใหญ่มักจะยังไม่ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยา
2.เพื่อลดผลข้างเคียงของการฉีดสารดังกล่าว มักมีการนำสารสเตียรอยด์เข้ามาผสมร่วมด้วย ทำให้เกิดอันตรายจากการฉีดสเตียรอยด์เข้าสู่ร่างกายโดยก่อให้เกิดปัญหาผิวหนังฝ่อตัว-ผิวบางผิดธรรมชาติ
3.ระดับความลึกของการฉีดและการกระจายตัวของสารละลายไขมันควบคุมได้ยาก อาจะเกิดปัญหาระยะยาวในเรื่องหน้าเบี้ยว หรือใบหน้าสองข้างไม่เท่ากันได้

 

การตัดไขมันบริเวณกระพุ้งแก้ม

การตัดไขมันบริเวณกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Pad): เป็นการผ่าตัดขนาดเล็กที่กระทำในบริเวณช่องปากซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะสามารถกำจัดไขมันที่อยู่บริเวณกระพุงแก้มได้อย่างถาวร แต่เนื่องจากเป็นการศัลยกรรมจึงอาจต้องมีการพักฟื้นอย่างน้อย 5-7 วันเพื่อให้แผลแห้งสนิทเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ

ตารางเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยเทคนิคการปรับรูปหน้าจากปัญหาไขมันสะสม

Deep Lock Gold Laser ฉีดลดไขมัน ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
เป็นการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ที่ ไม่เจ็บ ไม่ฉีด ไม่ผ่าตัด เป็นการฉีดสลายในชั้นไขมัน เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมในช่องปาก หากดูแลแผลไม่ดีอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อได้
ไม่มีผลข้างเคียงหลังทำ ไม่เจ็บ มาบวมช้ำ อาจมีรอบเขียวช้ำจากรูเข็ม ประมาน 1-3 วันหลังฉีด
และมีอาการบวมจากน้ำเกลือที่ผสมเข้าไปในตัวยา
 
มีอาการบวมช้ำมาก อย่างน้อย 7-14 วัน
(ต้องพักฟื้น) และจะค่อยค่อยดีขึ้น
เห็นผลทันทีหลังทำ ตั้งแต่ครั้งแรก
(สามารถเปรียบเทียบผลลัพธืแบบครึ่งหน้าได้เลย)
 
ใช้เวลารอประมาณ 1-2 สัปดาห์
จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ใช้เวลารอประมาณ 1-2 สัปดาห์
จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ให้ผลลัพธ์ในทุกมิติของชั้นผิว
D5 : LIFT : กระชับ (SMAS กล้ามเนื้อพยุงโครงหน้า) 

D4 : FAT :ช่วยลดไขมันส่วนเกิน เพื่อใบหน้าเพรียวกระชับ Fat Realignment ชั้นไขมันบางลง 

D3 : FIRM : เสริมสร้างความแข็งแกร่งของ Collagen Elastin Network

D2 : LIGHT : ปรับสีผิวให้แลดูกระจ่างใสเรียบเนียน 

D1 : YOUTH : Photobiostimulation ใช้คลื่นแสงกระตุ้น DNA ของเซลล์ผิวให้กลับมาแลดูอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่งอีกครั้ง
 

ช่วยให้ผิวหนังกระชับบางส่วนและมีข้อเสียคือ

1.สารที่นำมาฉีดสลายไขมันบริเวณใบหน้ามักจะยังไม่ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจาก อย.
2. มักมีการนำสารสเตียรอยด์เข้ามาผสมร่วมด้วย ทำให้เกิดอันตราย เช่น ปัญหาผิวหนังฝ่อตัว-ผิวบางผิดธรรมชาติ
3.ระดับความลึกของการฉีดและการกระจาตัวของสารละลายไขมันควบคุมได้ยาก อาจะเกิดปัญหาระยะยาวในเรื่องหน้าเบี้ยว หรือใบหน้าสองข้างไม่เท่ากันได้
 

ไม่มีผลต่อการกระชับผิวหนัง 

4. อัพเดตเทคนิคปรับรูปหน้าปีแห่ง 2021 สำหรับปัญหาหน้าแก่ ผิวหย่อยคล้อย-ริ้วรอย

 Fotona 4D™ Inside-out Lifting

Fotona 4D™ Inside-out Lifting เป็นโปรแกรมยกกระชับใบหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกาที่มีประสิทธิภาพในการมอบผิวพรรณเต่งตึง ไร้ริ้วรอย และสว่าง-กระจ่างใส แบบไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม เหมาะมากสำหรับผู้ที่กำลังมองหน้าวิธียกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดและปลอดภัย โดยโปรแกรม โปรแกรม Fotona 4D™ Inside-out Lifting  สามารถช่วยให้คอลลาเจนหดตัวได้เต็มที่ ทำให้ผิวยกกระชับและเพิ่มความเต่งตึง ลดเลือนริ้วรอยอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องฉีดสารเติมเต็มใด ๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 โหมดการรักษาที่แตกต่างกัน ได้แก่

โหมดที่ 1: SmoothLiftinTM คือ การใช้พลังงานแสงเลเซอร์เพื่อเข้ากระชับผิวแก้มให้ผิวเรียบเนียน ตึงกระชับ โดยเป็นการยิงเลเซอร์จากภายในกระพุ้งแก้มทั้ง 2 ข้าง ซึ่งไม่รู้สึกเจ็บ

โหมดที่ 2: FRAC3 คือ การยิงเลเซอร์บนผิวหน้า เพื่อเป็นการประกบพลังงานภายนอกจากขั้นตอนแรกที่เป็นการยิงจากภายในเพื่อยกกระชับผิวและยังช่วยปรับสีผิวบนใบหน้าให้สม่ำเสมอด้วย

โหมดที่ 3: PIANO คือ การยิงเลเซอร์กระตุ้นเส้นใยคอลลาเจนเพื่อให้พลังงานลงลึกสู่ผิวชั้นลึก เพื่อช่วยกระชับผิวตั้งแต่ผิวชั้นลึก

โหมดที่ 4: SupErficial TM Micro peeling คือ การเลเซอร์ผลัดเซลล์ผิวชั้นบน อย่างอ่อนโยน ช่วยให้ผิวหน้ามีความกระจ่างใส คืนความเรียบเนียนให้กับผิว โดยไม่ก่อให้เกิดแผล ไม่มีสะเก็ดหลังทำ พร้อมช่วยรักษาฝ้า-กระ ความหมองคล้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ทั้ง 4 โหมดสามารถทำหน้าที่ในการรักษาในระดับโครงสร้างผิวทั้ง 3 ชั้น ได้แก่ ผิวล่วงลึก ผิวส่วนกลาง และผิวชั้นบน และยังสามารถกำหนดจุดเป้าหมายในบริเวณผิวที่แตกต่างกันไปพร้อม ๆ กันได้รวมทั้งช่วยให้ 

  • ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างทันทีหลังการรักษาครั้งแรก
  • ผิวพรรณูอิ่มเอิบ-เต่งตึง
  • ริ้วรอยร่องแก้มตื้นขึ้น
  • ริมฝีปากอิ่มฟู
  • มุมปากยก
     

 

 

ยกกระชับใบหน้าด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ Titan®

ยกกระชับใบหน้าด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ Titan®: เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมเลเซอร์ยกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมัเป็นอย่างมากในสหรัฐอเมริกาและในประเทศไทย โดยแพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกต่างยอมรับว่าเลเซอร์ยกกระชับ Titan® มีประสิทธิภาพในการยกกระชับใบหน้าได้ดีเทียบเท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใดๆ เพราะเลเซอร์ยกกระชับ Titan® ใช้แสงอินฟาเรดเพื่อเข้าไปกระตุ้นให้เกิดความร้อนใต้ชั้นผิวของผู้เข้ารับการรักษาที่ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด

ยกกระชับใบหน้าด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ Titan®: เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมเลเซอร์ยกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมัเป็นอย่างมากในสหรัฐอเมริกาและในประเทศไทย โดยแพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกต่างยอมรับว่าเลเซอร์ยกกระชับ Titan® มีประสิทธิภาพในการยกกระชับใบหน้าได้ดีเทียบเท่ากับการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใดๆ เพราะเลเซอร์ยกกระชับ Titan® ใช้แสงอินฟาเรดเพื่อเข้าไปกระตุ้นให้เกิดความร้อนใต้ชั้นผิวของผู้เข้ารับการรักษาที่ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด

 

 

 

 

ศัลยกรรมดึงหน้า   (Facelift Surgery)

ศัลยกรรมดึงหน้า หรือ Facelift Surgery เป็นการผ่าตัดแก้ไขใบหน้าที่หย่อนคล้อยจากการเปลี่ยนแปลงที่มาตามวัยที่เพิ่มขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงของมวลกระดูก กล้ามเนื้อ และความยืดหยุ่นบนใบหน้า รวมทั้งบริเวณผิวหนังที่หน้าผาก แก้ม กราม คางและคอที่ห้อยย้อยลงมา การผ่าตัดดึงหน้าจึงเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการที่ทำให้ใบหน้าดู สดใส เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง

 

 

 ตารางเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยเทคนิคการปรับรูปหน้าจากปัญหาผิวหย่อนคล้อย-ริ้วรอย

​​​​​​​

 

Fotona 4D Titan ศัลยกรรรมดึงหน้า
ไม่ใช่การผ่าตัดศัลยกรรม ไม่ใช่การผ่าตัดศัลยกรรม เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมใหญ่
ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ต้องพักฟื้นอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
เห็นผลทันทีหลังการรักษา เห็นผลต่างทันทีหลักการรักษา ผลลัพธ์ตึงกระชับทันทีหลังทำ แต่ต้องรอให้ยุบบวมเพื่อเห็นผลที่ชัดเจน
ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ มีความเสี่ยงในการติดเชื้อหากดูแลรักษาแผลไม่ดี

จุดเด่น

เติมเต็มความเต่งตึง-อ่อนเยาว์ให้ใบหน้าโดยไม่ต้องฉีดฟิลเลอร์

เติมเต็มร่องแก้ม

มุมปากยก

ริมฝีปากอิ่มฟู
 

จุดเด่น

กรอบหน้าเพรียวกระชับ

ลดเลือนความหย่อนคล้อย

ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงการผ่าตัดดึงหน้า
 

จุดเด่น

ต้องทำการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลเท่านั้น

ต้องดมยาสลบเพื่อทำหัตถการ 

พักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 1-2 คืน
 

 

5. อัพเดตเทคนิคปรับรูปหน้าประจำปี 2021 สำหรับปัญหาหน้าแก่-หน้าตอบ-ผิวพรรณไม่สดใส

โปรแกรม ADSC Younger Premier by BioZtem งดงามอ่อนเยาว์จากระดับเซลล์ เติมเต็ม Stem Cell หน้าเด็กสู่มิติใหม่แห่งความอ่อนเยาว์

 

โปรแกรม ADSC Younger by BioZtem: คือ ศาสตร์ทางการแพทย์ชั้นสูงที่ผสาน Surgical Science และ Bio-Cellular

 

Science เข้าไว้ด้วยเทคนิคเฉพาะอันเป็นลิขสิทธิ์ในการที่จะปรับเปลี่ยนโครงหน้าและผิวพรรณให้ดูเด็ก และอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงอย่างเป็นธรรมชาติด้วยสเต็มเซลล์หน้าเด็กหรือที่เรียกว่า ADSC Stem Cell ของคนไข้เอง นับเป็นการ พลิกประวัติศาสตร์โฉมหน้าของการศัลยกรรมแบบเดิมๆโดยสิ้นเชิง

ศาสตร์อันเป็นลิขสิทธิ์นี้ได้รับการคิดค้นโดย Dr. Tonnard และ Dr. Vapale สอง ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้มีชื่อเสียงชาวเบลเยี่ยม ได้คิดค้นเทคนิคการใช้ ADSC Stem Cell เพื่อ ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ประสบปัญหากับใบหน้าและความพิการแต่กำเนิด รวมไปถึงเคสที่ใบหน้าเสีย โฉมจากอุบัติเหตุหรือความผิดปกติจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ 

”ADSC Younger Premier” หรือสเต็มเซลล์หน้าเด็กที่ได้ออกแบบให้เหมาะกับโครงสร้าง ใบหน้าของชาวเอเชีย ซึ่งพิสูจน์ผลลัพธ์ ความต่างได้แบบไม่ต้องรอ บนพื้นฐานแห่งความ ปลอดภัย ด้วยการใช้สเต็มเซลล์หน้าเด็ก

ADSC Stem Cell ของคนไข้เองมาซ่อมแซม-ฟื้นฟูโครงหน้าและผิว พรรณที่เสื่อมสภาพ ( Auto-Transplant ) ด้วย Bio-Z-tem Technology เทคนิคการสกัดเซลล์ ล่าสุด สามารถรังสรรค์ความอ่อนเยาว์ ได้ใน 2 ขั้นตอน ดังนี้

 

1. Bio-Contouring เป็นศาสตร์ในการสร้างมิติใหม่ของโครงหน้า (Facial Dimension) ด้วย ADSC ที่ผ่านการสกัดและคัดแยกเซลล์ด้วยกรรมวิธีพิเศษใน Labs โดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเซลล์โดยเฉพาะจนได้ Lived ADSC และ Micro-Fat Globule ที่คงสภาพ ความมีชีวิตที่สมบูรณ์ เพื่อเติมเต็มโครงสร้างใบหน้าให้ดูเด็ก อ่อนเยาว์ สร้างมิติให้เรียวหน้า อย่างน่ามหัศจรรย์

2. Bio-Filling เป็นการ “ เติม Pure ADSC” ซึ่งเป็น ADSC Stem Cell บริสุทธิ์จาก ร่างกายคุณเองเพื่อเติมเต็มเซลล์ที่ขาดหายและเสื่อมสภาพจากวัยสู่ชั้นผิว เพิ่มการสร้าง Collagen & Elastin จากระดับเซลล์ ร่วมกับ Biological Growth Factor หลากหลายชนิด เพื่อ เสริมสร้าง” กระบวนการเซลล์ซ่อมเซลล์” ย้อนวัย-ชะลอความชราได้แบบไม่ต้องผ่าตัด

โดยสเต็มเซลล์หน้าเด็ก ADSC Stem Cell บริสุทธิ์ที่สกัดได้โดยกรรมวิธีอันเป็นลิขสิทธิ์นี้ ได้ผ่านการ วิเคราะห์ทางการแพทย์แล้วว่าเป็นเซลล์ที่ยังคงความมีชีวิตแข็งแรงและสามารถแบ่งตัวเป็น เซลล์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีการยอมรับจากวารสารทางการแพทย์ชั้นนำในระดับ นานาชาติเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

การฉีดฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มชนิด “กรดไฮยาลูรอนนิค” Hyaluronic acid เข้าไปใต้ผิวหนังในบริเวณต่างๆของใบหน้าที่ต้องการเพิ่ม Volume หรือสร้างมิติให้กับผิวหน้า เช่น หน้าผาก ขมับ ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มส้ม คางและปาก โดยสารเติมเต็มชนิดนี้จะทำหน้าที่ช่วยกักเก็บน้ำไว้ในชั้นใต้ผิวหนังของเรา เพื่อเติมเต็มช่องว่างในชั้นเซลล์ผิว ทำให้ร่องแก้มลึกที่แสดงถึงความมีอายุนั้นตื้น ชุ่มชื้น ดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ลง

 

 

ตารางเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยเทคนิคสำหรับปัญหาหน้าแก่-หน้าตอบ-ผิวพรรณไม่สดใส

สเต็มเซลล์หน้าเด็ก ADSC YOUNGER PREMIER  การฉีดฟิลเลอร์
ไม่มีผลข้างเคียง เพราะสกัด Stem Cell จากไขมันของตัวเราเอง เป็นสารสังเคราะห์ จึงทำให้อาจเกิดผลข้างเคียงได้
ผลลัพธ์อยู่ระยะยาว เนื่องจากผสมผสานทั้ง Stem Cell และเซลล์ไขมัน ผลลัพธ์ 1-2 ปี แล้วแต่ชนิดของ Filler
มีระยะพักฟื้น 3-5 วัน จากนั้นใบหน้าจะเข้าที่ได้รูป มีอาการบวมจาก Filler 1-3 วัน 
ต้องทำการดูดไขมันมาสกัดสเต็มเซลล์และนำมาฉีดบริเวณใบหน้าที่มีปัญหา ไม่ต้องดูดไขมัน ใช้วิธีการฉีดสารเติมเต็มเข้าไป
ช่วยแก้ปัญหาโครงหน้าพร้อมฟื้นฟูปัญหาผิวพรรณ ช่วยให้ใบหน้าผิวพรรณ ช่วยแก้ปัญหาโครงหน้า แต่ไม่ช่วยแก้ปัญหาผิวพรรณ
ได้ผลลัพธ์และการสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ Unnatural Touch เกิดสัมผัสที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ

6. วิธีการดูแลผิวให้ห่างไกลจากริ้วรอย 

  1. อยู่ให้ไกลจากแสงแดดอันแสนร้อนแรงของเมืองไทย เพราะรังสี UV สามารถเข้าไปทำลายผิวชั้นในทำให้โครงสร้างผิวเสื่อมสภาพ นอกจากจะทำให้ผิวคล้ำแล้ว ยังทำให้เกิดริ้วรอยได้อีกด้วยค่ะ
  2. ดื่มน้ำเยอะๆ สูตรนี้ต้องบอกว่าเป็นสูตรที่เห็นผลง่าย เร็ว และที่สำคัญราคาถูกมาก การทานน้ำต่อวัน 8-10 แก้วนอกจากจะทำให้ผิวสดใสห่างไกลริ้วรอยเหี่ยวย่นแล้ว ยังส่งผลให้ระบบภายในของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้นร่างกายไม่สะสมสารพิษ มีแต่ข้อดีขนาดนี้อย่าลืมทานน้ำกันเยอะๆนะคะ
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายเรามันมหัศจรรย์มากนะคะเพราะเวลาที่เรานอนร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาเพื่อฟื้นฟูร่างกาย เพราะฉะนั้นการเข้านอนให้เป็นเวลา และเพียงพอจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สุขภาพผิวได้ฟื้นตัวกลับมาสดใสอีกครั้งในวันถัดไปค่ะ
  4. เลี่ยงเครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์ บุหรี่ เชื่อว่าทุกคนที่อ่านบทความนี้อยู่ก็น่าจะร็ดีอยู่แล้วแหละเนอะว่าเหล้า บุหรี่นั้นมันไม่ดี ไม่ใช่แค่กับแค่สุขภาพผิว แต่รวมถึงสุขภาพโดยรวมด้วย แต่ก็ขอย้ำอีกครั้งค่ะว่าถ้าอยากให้ผิวดีไม่แก่ก่อนวัยไปมาก ควรหลีกเลี่ยงนะคะ
  5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น ผิวดูตึงขึ้นเฟิร์มขึ้นไม่หย่อนยาน ร่างกายได้ขับของเสียออกมาทางเหงื่อช่วยให้ผิวใสโดยแทบจะไม่ต้องพึ่งพาครีมเลยค่ะ
     

7. ปลอดภัยไหม? ถ้าอยากปรับรูปหน้าด้วยเทคโนโลยีต่างๆในช่วง Covid-19

 

ในช่วงโควิด-19 หลายท่านคงจะสงสัยว่าสามารถทำหัตถการบนใบหน้าได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบคือสามารถทำได้ค่ะ แต่ต้องศึกษามาตรการของศูนย์การแพทย์ที่นั้นๆ ว่ามีมาตรการการคัดกรองที่รัดกุมหรือไม่อย่างไร เช่น มีการตรวจ Rapid Test Kit (ATK) ให้กับผู้เข้ารับบริการ และพยาบาลรวมถึแพทย์ผู้ให้บริการ เจ้าหน้าที่ได้รับวัคซีนครบโดส ครบถ้วนแล้วหรือไม่นอกจากนี้ที่ศูนย์การแทย์ควรมีมาตรฐานและนโยบายในการดูแลคนไข้ในช่วงสถานการณ์การระบายของโควิด-19

ในระหว่างการทำหัตถการแพทย์และพยาบาลควรมีมารตการในการป้องกัน เช่น กันสวมหน้ากากอนามัย     Face Shield และถุงมือ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคนไข้ว่าจะได้รับการบริการที่ปลอดภัยแบบ 100%

 

8. เทคโนโลยีสแกน-วิเคราะห์ปัญหาผิวหน้า เปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อน-หลังรักษาหนึ่งเดียวที่กล้าการันตี

สำหรับขั้นตอนการดูแลรกษารูปหน้านั้น เพื่อให้เราได้เห็นผลลัพธ์ก่อน-หลังการทำหัตถการที่ชัดเจนมากกว่าเพียงการถ่ายรูปธรรมดา คือการเริ่มจากขั้นตอนแรกที่สำคัญคือ การถ่ายภาพด้วย Clear Vision 2D&3D Camera เพื่อนำมาเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนหลังการทำหัตถการเพื่อเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแบบตรวจสอบได้ นอกจากนี้ Clear Vision 2D&3D ยังสามารถตรวจวิเคราะห์เม็ดสี จุดด่างดำ และรอยแดงได้อีกด้วย ถือเป็นข้อดีที่เราสามารถมองเห็นปัญหาต่างๆ ได้อย่างชัดเจนเพื่อทำไปเป็นแนวทางในการปรึกษากับแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้ในแต่ละราย

 

9. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของศูนย์การแพทย์ผิวหนังที่เข้ารับบริการ

 

ปัจจุบันมีสถานพยาบาลหลากหลายแห่งที่ให้บริการด้านความงามและรูปร่าง การเลือกสถานพยาบาลจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามโดยต้องคำนึงถึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • Safety Policy มาตรการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ซึ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ มาตรการป้องกันโควิด-19 การคัดกรองและการทำความสะอาด / ฆ่าเชื้อ ภานในศูนย์ หรือภายในคลินิก
  • มีเทคโนโลยีเลเซอร์ด้านรูปร่างที่ได้มาตรฐานระดับโลก เช่น US FDA , CE MARK
  • มีแพทย์วุฒิบัตรเฉพาะทาง ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์และเทคโนโลยีการสลายไขมัน กระชับสัดส่วน ในการให้คำปรึกษาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาหรือไม่ 
  • มี AI Plan แจ้งรายละเอียดโปรแกรมการรักษาที่ชัดเจนตั้งแต่วิธีการทำไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่แน่นอน 
  • มีการดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งก่อนและหลังการรักษาโดยพยาบาลผู้ชำนาญการ
  • ทำหัตถการในสถานที่ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และได้รับการรับรองจากสถาบันระดับนานาชาติ
  • มีการประเมินผลลัพธ์ที่ชัดเจน ก่อน-หลัง ถึงความเปลี่ยนแปลง
  • มีการให้บริการที่ดี พร้อมทีมงาน Customer Service ที่คอยดูแล ตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง 
     

 

10. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ให้บริการ

หลังจากที่เลือกคลินิกแล้ว เราก็ต้องมาศึกษาข้อมูลของแพทย์ที่ให้คำปรึกษาและเป็นผู้ดูแลตลอดการรักษาของเราด้วยว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือไม่ โดยจะต้อง

  • มีวุฒิบัตรและใบประกอบวิชาชีพชัดเจน โดยเราสามารถตรวจสอบรายชื่อศัลยแพทย์ได้ที่ https://www.thprs.org/find-doctor
  • มีผลงานการรักษาจำนวนมาก เพื่อเป็นเครื่องการันตีประสบการณ์ในการรักษา
  • มีเทคโนโลยีที่ช่วยวัดผลลัพธ์ก่อน-หลังการรักษาออกมาเป็นรูปธรรมและนามธรรมอย่างชัดเจน
  • มีการวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบ พร้อมคอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ในแต่ละราย
  • พร้อมทีม Telehealth ที่จะช่วยดูแลคุณให้อุ่นใจพร้อมคลายกังวลในทุกปัญหา แม้สิ้นสุดการรักษาไปแล้ว

ซึ่งการเข้าไปปรึกษาแพทย์โดยตรง จะทำให้เรารู้วิธีการประเมินการรักษา ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือของแพทย์ได้ โดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจริง จะอธิบายให้เราเข้าใจ ให้คำแนะนำเราได้อย่างถูกต้อง เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและจะมีการซักประวัติ รวมไปถึงการสอบถามพฤติกรรมของคนไข้ เพื่อประเมินการรักษาอย่างละเอียดด้วย

ซึ่งการเข้าไปปรึกษาแพทย์โดยตรง จะทำให้เรารู้วิธีการประเมินการรักษา ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือของแพทย์ได้ โดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจริง จะอธิบายให้เราเข้าใจ ให้คำแนะนำเราได้อย่างถูกต้อง เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและจะมีการซักประวัติ รวมไปถึงการสอบถามพฤติกรรมของคนไข้ เพื่อประเมินการรักษาอย่างละเอียดด้วยชำนาญของทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรในด้านต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหารูปร่างที่คุณกังวล จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยและผลลัพธ์ระดับ Premium หลังการรักษาได้อย่างแน่นอน

ท่านสามารถรับคำปรึกษาจากทีมพยาบาลผู้ชำนาญการของ Nida Esth’ Medical Centre ได้ที่ โทร 02-252-2121 หรือ Line Official Account @nida_esth