อัพเดต 10 เรื่องควรรู้ก่อนการศัลยกรรมหน้าอก พร้อมยกระดับซิลิโคนเสริมหน้าอกสุดฮิตแห่งปี 2021

 

การศัลยกรรมหน้าอก หรือการ “เสริมหน้าอก” นั้นเป็นหนึ่งในความฝันของสาวๆ หลายคนต้องการจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพ ความมั่นใจและความสง่างามให้กับรูปร่างของตนเอง แต่หลายคนก็ยังลังเลถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาและไม่แน่ใจว่าจะทำดีหรือไม่ ตัวเองเหมาะกับการทำศัลยกรรมหน้าอกแบบใด ใช้ซิลิโคนเสริมหน้าอกแบบไหนดี หรือต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ทั้งก่อน-หลัง การผ่าตัด

ดังนั้นวันนี้ Nida Esth’ Medical Centre จึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเพื่อนำมาตอบคำถามและช่วยประกอบการตัดสินใจให้กับคนที่กำลังสนใจจะเริ่มวางแผนทำศัลยกรรมหน้าอก เพราะการตัดสินใจทำศัลยกรรมหน้าอกนั้น ถือเป็นการผ่าตัดครั้งยิ่งใหญ่ จึงต้องศึกษาข้อมูลเป็นจำนวนมากเพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ทั้งซิลิโคนที่นำมาใช้ มีแบบไหนบ้าง แบบไหนเหมาะกับเราที่สุด คลินิกหรือศูนย์การแพทย์ หรือแม้แต่โรงพยาบาลที่ผ่าตัด ต้องมีห้องผ่าตัดที่ปลอดเชื้อและได้รับมาตรฐานหรือไม่ มีการวางแผนการออกแบบการรักษาที่ดีหรือเปล่า เทคนิคการทำหน้าอกแบบไหนถึงเหมาะกับเรา และข้อมูลอีกมากที่ควรทราบก่อนการตัดสินใจ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

1.เช็คให้ชัวร์..ตัวเราเหมาะกับการศัลยกรรมหน้าอกแบบใด

 

 

 

โดยหลัก ๆ แล้ว ผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับน้าอกและต้องการทำศัลยกรรมอยู่หลายประเภท แต่ที่มักพบบ่อยส่วนใหญ่คือสาเหตุดังต่อไปนี้

ปัญหา สาเหตุ วิธีแก้ไข
1. ปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย เพราะเนื้อหน้าอกและกล้ามเนื้อของเรามักจะหย่อนคล้อยลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น หรืออีกสาเหตุหนึ่งที่พบได้คือหลังคลอดบุตรและการให้นมบุตร สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดยกกระชับหน้าอก (Breast Lift) เป็นการศัลยกรรมหน้าอกเพื่อยกกระชับ เพื่อลดความห้อย หย่อนคล้อย แต่ยังคงความสมส่วนกับสรีระร่างกายของเราอยู่
2. หน้าอกไม่เท่ากันและหน้าอกเล็กแบน ผู้หญิงชาวเอเชียส่วนมากมีปัญหาหน้าอกที่เล็กจากพันธุกรรม หรือพัฒนาการของหน้าอกผิดปกติระหว่างที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และบางคนมีปัญหาว่าหน้าอกทั้งสองข้างมีพัฒนาการที่แตกต่างกันจนเห็นได้ชัดเจน จึงต้องการแก้ไขเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง การเสริมหน้าอกโดยใช้ซิลิโคน หรือเสริมโดยการใช้ไขมันตัวเองก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าอกเดิมและวิจารณญานของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด
3. ปัญหาหน้าอกใหญ่เกินไป ไม่ใช่เพียงหน้าอกเล็กเท่านั้นที่เป็นปัญหากวนใจสำหรับสาว ๆ หลายคน แต่มีสาว ๆ หลายคนที่มีหน้าอกใหญ่เกินไปจนรู้สึกไม่มั่นใจ แถมยังหาเสื้อผ้าใส่ยากและก่อให้เกิดปัญหาปวดไหล่-ปวดหลัง เพราะขนาดเต้านมใหญ่มากจนเกินไป สามารถแก้ได้ด้วยกระผ่าตัดลดขนาดหน้าอก โดยการตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออก เพื่อลดขนาดและน้ำหนักของหน้าอกลง

 

2.เลือกซิลิโคนแบบไหน...ให้เหมาะกับเรา

การเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอกหลายคนอาจจะสงสัยว่า เราควรจะเลือกทรงแบบไหนถึงจะเหมาะกับหน้าอกของเรา ซึ่งเราต้องดูก่อนว่าทรงหน้าอกของเรานั้นเป็นแบบใด   เพราะซิลิโคนทรงกลม กับทรงหยดน้ำจะให้ลักษณะที่ต่างกัน สำหรับบางคนที่มีหน้าอกเดิมเล็ก และลักษณะคล้อยลงก็จะเหมาะกับทรงหยดน้ำ  ในขณะที่บางคนมีหน้าอกที่มีขนาดใหญ่อยู่แล้วแต่ต้องการปรับทรงก็จะใช้ซิลิโคนกลม เพราะเมื่อผ่านไปสักระยะจะทำให้หน้าอกดูเป็นทรงธรรมชาติมากขึ้น แต่ถ้าใครต้องการเพิ่มขนาดให้ใหญ่แต่ยังดูเป็นธรรมชาติ ก็แนะนำให้เสริมหน้าอกแบบที่ใช้เทคนิคพิเศษร่วมด้วยการใช้ไขมันของคนไข้เองเสริมเข้าไป เสริมหน้าอกแบบเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ซิลิโคนสำหรับเสริมหน้าอกมีความหลากหลาย และมีคุณภาพที่สูงขึ้นโดยมีการพัฒนาทั้งประเภท รูปทรง และผิวสัมผัสของ ซิลิโคนและจากการวิจัยและพัฒนาของวงการอุตสาหกรรมการผลิต ซิลิโคนทำให้มีผู้ที่ต้องการศัลยกรรมหน้าอกสามารถเลือก ซิลิโคนที่หลากหลายและเหมาะกับตัวเองได้ และในปัจจุบันประเภทของ ซิลิโคนจะถูกแบ่งเอาไว้ หลัก ๆ ได้ดังนี้


1. แบ่งตามรูปทรง

รูปทรงซิลิโคน ภาพประกอบ
ทรงกลม (Round)
ทรงหยดน้ำ (Teardrop)
ซิลิโคนออกแบบพิเศษ Motiva (Ergonomix)

2. แบ่งตามผิวสัมผัส

ประเภท ผิวเรียบ (Smooth) ผิวทราย (Textured)  ผิวกึ่งเรียบกึ่งทราย (Nano texture)
ซิลิโคน
ข้อดี

เวลาสัมผัสจึงรู้สึกนุ่มมือเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับผิวเนื้อมนุษย์มากกว่า 

มีโอกาสคลำพบขอบถุงเต้านมเทียมได้ยากกว่าการใช้ถุงซิลิโคนแบบผิวหยาบ

สามารถลดปัญหาการเคลื่อนตำแหน่งหลังจากเสริมหน้าอกไปแล้ว เพราะผิวทรายจะช่วยยึดกับเนื้อเยื่อรอบๆ เป็นนวัตกรรมใหม่จากผู้ผลิตซิลิโคนเสริมหน้าอกยี่ห้อ Motiva เนื้อสัมผัสของซิลิโคนแบบนี้จะละเอียดเนียน ไม่ถึงกับเรียบ แต่ไม่ขรุขระเหมือนผิวทราย ถือเป็นผิวซิลิโคนที่สมดุลระหว่างผิวทรายและผิวเรียบ
ข้อเสีย ทำให้มีโอกาสเกิดพังผืดหดรัดถุงเต้านมได้ง่าย ซิลิโคนผิวทรายอาจมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านม แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจน เพราะการเกิดมะเร็งเต้านมนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การดูแลรักษา ชื่อการค้า สุขภาพ ไม่ใช่ผิวของซิลิโคนเพียงอย่างเดียว  

3.อัพเดตซิลิโคนเสริมหน้าอกยอดนิยมแห่งปี 2021

ในปัจจุบันวงการการศัลยกรรมหน้าอกซิลิโคนสำหรับเสริมหน้าอกมีความหลากหลาย และมีคุณภาพที่สูงขึ้นโดยมีการพัฒนาทั้งประเภท รูปทรง และผิวสัมผัสของซิลิโคนและจากการวิจัยและพัฒนาของวงการอุตสาหกรรมการผลิต ทำให้มีผู้ที่ต้องการศัลยกรรมหน้าอกสามารถเลือกซิลิโคนที่หลากหลายและเหมาะกับตัวเองได้

ซึ่งในปี 2021 นี้ Nida Esth’ ได้ทำการศึกษาและค้นคว้า จนได้ข้อสรุปของ 2 แบรนด์ซิลิโคนเสริมหน้าอกสุดฮิตที่มีคุณสมบัติโดดเด่น พร้อมได้รับมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยระดับนานาชาติ ได้แก่ 

1. ซิลิโคน Motiva Ergonomix ได้พัฒนาให้มีข้อดีต่อร่างกายโดยทำจากวัสดุซิลิโคนชนิดเจลด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดด้วยกรรมวิธี Ergonomic (สรีระศาสตร์) ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถลดขนาดรอยกรีดยาวของแผลผ่าตัด อีกทั้งวัสดุชนิดนี้ยังเป็นวัสดุระดับ พรีเมี่ยม รูปทรงมีความถ่วงสมดุลเข้ากับสรีระ แก้ไขให้การเคลื่อนไหวของหน้าอกและรูปร่างมีความเป็นธรรมชาติ รวมทั้งความรู้สึกจากการสัมผัสที่เสมือนหน้าอกจริง 

ข้อดีของซิลิโคน Motiva  

  • มีความโดดเด่นด้วยผิวสัมผัสแบบ Nano Texture ผิวสัมผัสแบบใหม่ ที่เรียบลื่นและอ่อนนุ่มเป็นพิเศษแบบซิลิโคนผิวเรียบ ผนวกกับพื้นผิวที่ยึดเกาะได้ดี รวมถึงความยืดหยุ่นและทนทานสูง
  • รูปทรงของซิลิโคนที่ดูเป็นธรรมชาติกว่าที่เคย เคลื่อนไหวตามรูปทรงของร่างกาย ไม่ว่าจะนั่ง จะนอน หรือยืน ทรวงอกก็จะไม่ดูเป็นบล็อกซิลิโคน 
  • สัมผัสนุ่มพิเศษ เป็นธรรมชาติคล้ายกับหน้าอกจริง ยืดแล้วจะคงสภาพกลับมาคืนรูปเดิม ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่มีมากกว่าซิลิโคนตัวอื่น 
  • มีความปลอดภัย หมดกังวลเรื่องอันตรายจากปัญหาซิลิโคนรั่ว 
  • สร้างความมั่นใจในการศัลยกรรมเสริมหน้าอกมากขึ้นไปอีกขั้น ด้วยรุ่นสุดล้ำสมัย ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีฝังชิปขนาดเล็ก เพียงแค่ 12 มิลลิเมตรอยู่ภายในถุงซิลิโคนของ Motiva เพื่อใช้เป็นมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจในการศัลยกรรมเสริมหน้าอกมากขึ้นไปอีกขั้น

 

 

2. ซิลิโคน Mentor MemoryGel Xtra Worldwide LLC (Johnson & Johnson) ความโดดเด่นกว่า Mentor รุ่นอื่น ๆ คือ มีปริมาณเจลอยู่ที่ 98% จึงสามารถให้ความรู้สึกเหมือนเนื้อหน้าอกธรรมชาติ ทำให้ซิลิโคนรุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะกับสรีระของสาว ๆ หลาย ๆ คน นอกจากนี้ทาง Mentor ยังรับประกันการเกิดพังพืดยาวนานถึง 10 ปี อีกทั้งมาตรฐาน U.S.A. รับรองจากองค์กรอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) และประเทศไทย หากซิลิโคนเกิดการฉีดขาด ซิลิโคนจะยังเกาะตัวอยู่ในตำแหน่งเดิม จะไม่มีการรั่วซึมออกมา จึงถือได้ว่า ซิลิโคน Mentor เป็นซิลิโคนคุณภาพสูงที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ

ข้อดีของซิลิโคน Mentor MemoryGel Xtra

  • มีความยืดหยุ่นสูง มีการคงตัวสูงเมื่อถูกบีบอัด จึงสามารถคืนรูปเดิมได้โดยสมบูรณ์โดยไม่เสียรูป
  • มีความแข็งแรงทนทาน Cohesive gel มีการยึดติดกันแน่นระหว่างโมเลกุล หากซิลิโคนฉีกขาดจะไม่มีการรั่วซึม ทนแรงกดดัน ทนต่อความกดอากาศ ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
  • ให้สัมผัสที่นุ่มและเป็นธรรมชาติมากกว่า ด้วย จล 98 % ลดการเกิด Rippling มากกว่าซิลิโคนทั่วไป
  • ซิลิโคนสำหรับสาวเอเชียโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับสรีระคนเอเชียและใช้ในเคสที่มีเนื้อหน้าอกน้อยได้ 
  • การันตีความปลอดภัยหลังการรักษา เพราะมีการรับระกันการเกิดพังพืดยาวนานกว่า 10 ปี

ทั้งนี้ซิลิโคนทั้ง 2 แบรนด์ก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนเข้ารับการผ่าตัด อย่าลืมทำการปรึกษากับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาซิลิโคนที่เหมาะกับเรามากที่สุดนะคะ 

4.อัพเดตเทคนิคการศัลยกรรมเสริมหน้าอกยอดนิยม ปี 2021

ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกมากมายที่ใช้กันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและพึงพอใจกับผู้เข้ารับการรักษามากที่สุด วันนี้ ทาง Nida Esth’ Medical Centre จึงได้จัดอันดับเทคนิคศัลยกรรมเสริมหน้าอกสุดฮิตที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่

1. การเสริมหน้าอกแบบไฮบริด (Hybrid Breast Augmentation)

การเสริมหน้าอกแบบไฮบริดเป็นศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่ใช้ implant ที่เป็นซิลิโคนร่วมกับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากไขมันของตนเอง ทำให้ดึงข้อดีของทั้ง 2 วิธีมารวมเข้าไว้ด้วยกัน การปลูกถ่ายเซลล์ไขมันของตนเอง สามารถเพิ่มความหนาของผิวหนังบริเวณหน้าอกและเนื้อเยื่อเต้านม ทำให้การเสริมหน้าอกด้วย implant มองดูและสัมผัสเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ไม่คล้ายกับการยัดลูกบอลเข้าไป ลดโอกาสการมองเห็นเป็นรอยพับคลื่น (implant rippling) 

แต่หากเสริมหน้าอกด้วยเซลล์ไขมันของตัวเองเพียงอย่างเดียวอาจพบปัญหา เมื่อเวลาผ่านไปเซลล์ไขมันอาจถูกดูดซึมทำให้ปริมาตรหายไป ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนวดหน้าอกในรายที่เสริมหน้าอกด้วยไขมันตัวเองเพื่อป้องกันการหายของเซลล์ไขมัน การเสริมหน้าอกแบบHybrid จึงเป็นการผสมผสานข้อดีและลดข้อจำกัดของการใช้ implant ซิลิโคนและเซลล์ไขมันในการเสริมหน้าอกเข้าไว้ด้วยกัน

 

การเสริมหน้าอกด้วยแบบไฮบริดจ์เหมาะสำหรับ

  • คนไข้ที่มีขนาดเต้านมเล็กมาก
  • ผู้ที่ต้องการสร้างเนินหน้าอก ให้ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
  • ผู้ที่เคยเสริมหน้าอกด้วย implant และพอใจกับ texture ของ implant แต่ต้องการแก้ไขและอยากให้ดูและสัมผัสเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • ผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกให้มีขนาดใหญ่แต่ดูเป็นธรรมชาติ และมีเนินหน้าอกในคราวเดียวกั

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมหน้าอกแบบไฮบริดจ์ ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนหลัก

  • การดูดไขมัน (Liposuction) จากบริเวณที่ต้องการ เพื่อนำไปสกัดและแยกสเต็มเซลล์จากไขมัน
  • การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนผนวกกับสเต็มเซลล์จากไขมันที่แยกมาได้นำมาฉีดเติมเต็มไขมันในบริเวณที่ต้องการ
  •  

2. การเสริมหน้าอกแบบ Dual Plane Technique

​​​​​​​

 

จะเป็นการเสริมโดยส่วนบนของ Breast Implant อยู่ใต้กล้ามเนื้อหน้าอก และส่วนล่างของ Breast Implant อยู่เหนือกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผสานข้อดีของเทคนิคอื่นๆไว้ด้วยกันร่วมกับการฉีดสารคลายกล้ามเนื้อทำให้รูปทรงหน้าอกดูสวย เป็นธรรมชาติ มีร่องหน้าอกที่ดูชิดและทำให้รูปทรงของหน้าอกเข้าที่เร็วกว่าปกติ

การเสริมหน้าอกด้วยเทคนิค Dual Plane เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกให้มีขนาดใหญ่แต่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าอกห่าง ไม่ชิดกัน

5.ข้อดี-ข้อเสียของบริเวณแผลผ่าตัดของการเสริมหน้าอก 

 

 

การผ่าตัดเพื่อเสริมหน้าอกโดยปกติสามารถเข้าได้ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ ใต้รักแร้ (Transaxillary) ใต้รอยพับเต้านม (Inframammary) และ รอบปานนม (Periareolar)

  • ใต้รักแร้ ตำแหน่งนี้จะปกปิดแผลได้น้อย แต่เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้หญิงที่ไม่ต้องการให้มีแผลเป็นที่หน้าอก
  • ใต้รอยพับหน้าอก เป็นตำแหน่งที่ได้รับความนิยมมาก เพราะแผลจะถูกปกปิดใต้รอยพับของผิวหนังใต้หน้าอก
  • รอบปานนม เป็นตำแหน่งที่สามารถปกปิดแผลได้มากที่สุด

ก่อนการผ่าตัดแพทย์จะอธิบายถึงรายละเอียด ในแต่ละตำแหน่งการผ่าตัดอีกครั้ง และช่วยคุณตัดสินใจตำแหน่งที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด

 

6.เทคนิคการเสริมใต้กล้ามเนื้อ เหนือกล้ามเนื้อ ต่างกันอย่างไร

หลังจากพิจารณารูปร่างและลักษณะเนื้อเยื่อหน้าอกของคนไข้แต่ละรายแล้ว แพทย์จะเลือกตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะวางซิลิโคนเข้าไป พร้อมบอกข้อดีและข้อเสียเพื่อให้คนไข้ได้ตัดสินใจซึ่ง ซิลิโคนเสริมหน้าอกสามารถวางได้ 3 รูปแบบ

 

 

  • ตำแหน่งใต้ต่อมน้ำนม (วางใต้เนื้อเยื่อหน้าอกแต่เหนือกล้ามเนื้อทรวงอก) การเสริมในตำแหน่งใต้ต่อมน้ำนม ช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัด และการหายของแผล แต่อาจมีข้อเสียคือ ขอบเขตของซิลิโคนใต้ผิวหนังอาจสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยรังสีวินิจฉัยก็อาจทำได้ยากกว่า
  • ตำแหน่งใต้กล้ามเนื้อ (วางใต้ทั้งเนื้อเยื่อเต้านมและกล้ามเนื้อทรวงอก) การเสริมในตำแหน่งใต้กล้ามเนื้อจะช่วยในเรื่องความรู้สึกการสัมผัสดีขึ้น และลดโอกาสการเกิดความแข็งของพังผืดรอบซิลิโคน การวินิจฉัยมะเร็งเต้านมด้านรังสีวิทยาทำได้ง่ายขึ้น แต่ข้อเสียคือ ระยะเวลาการผ่าตัดและการพักฟื้นนานขึ้น
  • Dual Plane with Botox เป็นการผสมผสานเทคนิคเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนร่วมกับการฉีดสารโบท็อกซ์ – ซิลิโคลนส่วนบนจะถูกวางบริเวณใต้กล้ามเนื้อหน้าอก แต่ซิลิโคลนส่วนล่างจะถูกวางไว้เหนือกล้ามเนื้อหน้าอก โดยจะมีการฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก ช่วยให้หน้าอกหลังเสริมหน้าอกชิดกันมากกว่าการเสริมหน้าอกแบบวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ และช่วยให้หน้าอกเข้าทรงได้เร็วขึ้นว่าการเสริมหน้าอกแบบปกติ

7.เทคโนโลยีวิเคราะห์ ออกแบบรูปทรงทรวงอกแบบ 3 มิติ เทคโนโลยีหนึ่งเดียวในประเทศไทย

 

จะดีกว่าไหม หากเราสามารถมองเห็นผลลัพธ์การทำศัลยกรรมก่อนการทำ เพื่อวางแผนและประเมินการรักษาอย่างเหมาะสมและให้ได้ผลลัพธ์แบบที่พึงพอใจมากที่สุด

คำตอบคือ เทคโนโลยี Vectra 3 มิติ ช่วยทำให้คนไข้สามารถเข้าถึงและรับรู้ถึงรูปร่างที่คนไข้ปรารถนาก่อนทำการผ่าตัด เทคโนโลยี Vectra 3D เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างแพทย์และคนไข้เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างสิ่งที่คนไข้ต้องการ กับสิ่งที่แพทย์ประเมินถึงเทคนิคและความเป็นไปได้ที่จะรังสรรค์ความงามได้ตามแบบที่คนไข้ปรารถนา

 

 

ซึ่ง Vectra 3D ระบบจะจับภาพและทำการบันทึกภาพจำนวน 3 ครั้ง เพื่อประกอบกันเป็นรูปถ่าย 3 มิติ โดยระบบคอมพิวเตอร์ AI จะทำการประมวลและสร้างภาพขึ้นมา ภาพที่เกิดขึ้นจะสามารถมองเห็นได้ในหลายมุมมองเพื่อเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผนการรักษาให้ได้ตรงตามสิ่งที่คนไข้ต้องการมากที่สุด เทคโนโลยี Vectra 3D เป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำให้เราได้เห็นภาพหลังการทำศัลยกรรมเสมือนจริงได้จากที่ระบบประมวลผลออกมา เช่น การศัลยกรรมเสริมหน้าอก เป็นต้น อย่างไรก็ตามการประมวลผลของเทคโนโลยี Vectra 3D ควรอาศัยประสบการณ์ทั้งศาสตร์และศิลป์ของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย เพื่อประเมินถึงเทคนิค ความสวยงาม และความต้องการของคนไข้ในผนวกรวมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ตรงตามความต้องการและตอบโจทย์ความงามของคนไข้ให้มากที่สุด 

 

8.เตรียมพร้อมอย่างไร..ก่อนศัลยกรรมเสริมหน้าอก

 

ก่อนผ่าตัดแพทย์และพยาบาลจะแนะนำว่าให้งดรับประทานยา วิตามิน และอาหารเสริมเพราะคุณสมบัติบางอย่างในยา วิตามิน และอาหารเสริมบางชนิดทำหน้าที่ของมันได้ดีเกินไปจนอาจจะทำให้ระหว่างการผ่าตัดเกิดอันตรายได้ โดยกลุ่มยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดที่แพทย์มักแนะนำให้งดก่อนการทำศัลยกรรมหน้าอก คือ 
 

  • แอสไพริน 
  • ไอบรูโพเฟ่น 
  • วิตามินอี 
  • สารสะกัดใบแปะก้วย 
  • น้ำมันปลา 
  • สารสกัดกระเทียม 
  • ตังกุย
  • โสม
  • และสารอื่น ๆ ที่มีผลกระทบคือทำให้อาจจะเกิดภาวะเสี่ยงเลือดไม่หยุดไหล หรือเลือดออกในร่างกายได้ ด้วยคุณสมบัติที่ต้านการแข็งตัวของเลือด
  •  

9.ผ่าตัดในโรงพยาบาล VS ผ่าตัดในคลินิก ปลอดภัยต่างกันอย่างไร

 

 

การศัลยกรรมหน้าอก ถูกจัดเป็นศัลยกรรมใหญ่ ( Major Surgery ) จึงจำเป็นจะต้องมีการวางยาสลบเพื่อระงับความรู้สึกแบบทั้งตัวในระหว่างการทำการผ่าตัด ดังนั้นจึงควรอยู่ในการดูแลของวิสัญญีแพทย์ ในโรงพยาบาล และนอนพักฟื้นหลังการผ่าตัดอย่างน้อยหนึ่งคืน เพื่อดูว่าไม่มีอาการแทรกซ้อนใด ๆ เกิดขึ้น การคิดจะผ่าตัดเสริมหน้าอกควรตัดสินใจและหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจเพื่อความปลอดภัยของตัวคนไข้มากที่สุด

หลังผ่าตัด หลังจากดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วจะนำคนไข้มาที่ห้องพักฟื้นเพื่อดูอย่างใกล้ชิดประมาณ 1 หรือ 2 ชั่วโมงขณะที่ฤทธิ์ยาสลบหมดลง ทีมแพทย์จะเข้ามาประเมินให้แน่ใจว่าคนไข้สามารถหายใจเป็นปกติหรือไม่ ไม่มีความเสี่ยงของการสำลัก บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ บางคนรู้สึกหนาว หลังจากที่ฟื้นจากการผ่าตัด ทีมแพทย์จะให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ และอยู่ในสถานที่ที่พร้อมจะให้การรักษาได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เพราะฉะนั้นการเลือกคลินิกศัลยกรรมหน้าอกควรที่จะหาข้อมูลนอกจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญเลยคือ การเข้ารับการผ่าตัดต้องได้รับการผ่าตัดที่สถานพยาบาลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและมีเทคโนโลยีพร้อมให้การรักษาได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

10.หลังศัลยกรรมเสริมหน้าอก ควรดูแลตัวเองอย่างไร

 

 

  • ระวังอย่าให้แผลผ่าตัดเกิดความชื้นหรือโดนน้ำจนกว่าแพทย์จะทำการนัดตัดไหม เพราะมีโอกาสที่เกิดเกิดการอักเสบของแผลได้ และไม่ควรทำการอาบน้ำแบบลงแช่ตัวในอ่าง เพราะมีโอกาสที่น้ำจะซึมเข้าสู่แผลผ่าตัดได้ 
  • ในช่วงเดือนแรกหลังการเสริมหน้าอก ควรนอนในท่าการนอนหงาย ไม่ควรตะแคงข้าง เพราะจะทำให้ซิลิโคนที่ถูกเสริมไปนั้นเกิดการไหล และไม่ฝังตัวอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยลักษณะการนอนที่ถูกต้องคือ นอนให้ลำตัวส่วนบนสูงประมาณ 30-45 องศา จะช่วยลดอาการบวมลงได้ แนะนำให้นอนหนุนหมอนสูง ดันหลังสัก 2-3 ใบ และควรนอนพักผ่อนให้มาก ๆ หลังผ่าตัด  
  • เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 หลังการผ่าตัด จนถึง 6 เดือนหรือ 1 ปี จำเป็นต้องนวดหน้าอกเพื่อป้องกันและลดการเกิดพังผืดรัดตัว และจะทำให้หน้าอกที่เสริมไปแล้วนั้นนิ่มและให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยมีหลักการนวดหน้าอก ดังนี้
    • ระวังอย่าให้แผลผ่าตัดเกิดความชื้นหรือโดนน้ำจนกว่าแพทย์จะทำการนัดตัดไหม เพราะมีโอกาสที่เกิดเกิดการอักเสบของแผลได้ และไม่ควรทำการอาบน้ำแบบลงแช่ตัวในอ่าง เพราะมีโอกาสที่น้ำจะซึมเข้าสู่แผลผ่าตัดได้ 
    • ในช่วงเดือนแรกหลังการเสริมหน้าอก ควรนอนในท่าการนอนหงาย ไม่ควรตะแคงข้าง เพราะจะทำให้ซิลิโคนที่ถูกเสริมไปนั้นเกิดการไหล และไม่ฝังตัวอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยลักษณะการนอนที่ถูกต้องคือ นอนให้ลำตัวส่วนบนสูงประมาณ 30-45 องศา จะช่วยลดอาการบวมลงได้ แนะน
    • ให้นอนหนุนหมอนสูง ดันหลังสัก 2-3 ใบ และควรนอนพักผ่อนให้มาก ๆ หลังผ่าตัด  
    • เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 หลังการผ่าตัด จนถึง 6 เดือนหรือ 1 ปี จำเป็นต้องนวดหน้าอกเพื่อป้องกันและลดการเกิดพังผืดรัดตัว และจะทำให้หน้าอกที่เสริมไปแล้วนั้นนิ่มและให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยมีหลักการนวดหน้าอก ดังนี้
  • ควรสวมสปอร์ตบราตลอด 6 อาทิตย์ หลังจากนั้นสามารถใส่บราชนิดเสริมโครงได้ตามความต้องการ (ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์)
  • ไม่ควรออกกำลังกายหรือยกของหนัก ในช่วงระยะเวลา 2-4 อาทิตย์หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และควรไปตรวจตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง ทั้งนี้ให้งดยาประเภทแอสไพริน บรูเฟน วิตามินอี น้ำมันตับปลา หรือสมุนไพรต่าง ๆ ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดเพราะยาเหล่านี้ทำให้เลือดออกได้ง่าย หรือทางที่ดีหากจะรับประทานยาอะไรเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • สำหรับอาการเสียวแปล๊บที่ด้านข้างของเต้านมหรือหัวนมอาจเกิดขึ้นได้ในบางครั้ง และถือเป็นอาการปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ในชั่วคราว ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วอาการนี้จะหายไปเองภายใน 3 เดือน
  • แผลเป็นในระยะแรกจะเห็นชัดในช่วง 2-3 เดือนแรก โดยแผลเป็นจะมีสีเข้มขึ้นและหนา แต่จะค่อย ๆ จางลงและนิ่มลงจนเป็นปกติในเวลา 1 ปี ดังนั้นระยะแรกหลังผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการอาบแดด และควรทาครีมกันแดดบริเวณแผลเป็นด้วย
  • หลังการทำศัลยกรรมผ่าตัดไปแล้วในระยะยาว ควรหมั่นตรวจดูเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ เพื่อดูลักษณะของเต้านมว่ามีอะไรผิดปกติ หรือเปลี่ยนไปหรือไม่

จากข้อมูลข้างต้น 10 เรื่องต้องรู้ ก่อนการเข้ารับศัลยกรรมหน้าอกที่ทาง Nida Esth’ Medical Centre ได้รวบรวมมานั้นเป็น 10 ข้อมูลของผู้ที่คิดจำทำการศัลยกรรมเสริมหน้าอกนั้นต้องเตรียมความพร้อม และประเมินตนเองเบื้องต้นว่า อยากมีทรวงอกในฝันแบบใด พร้อมทั้งเข้ารับการปรึกษากับศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญการด้านการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอกโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยด้านความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายที่คนไข้พึงต้องคำนึงถึงอีกด้วย เพราะการผ่าตัดศัลยกรรมขนาดใหญ่นั้น ถือว่า มีความเสี่ยง ดังนั้น ควรไตร่ตรองให้รอบคอบ และเลือกสถานบันหรือศูนย์การแพทย์พร้อมทั้งศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์เป็นพิเศษ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการศัลยกรรมเสริมหน้าอกลงไปได้ พร้อมสร้างประสบการณ์ให้คุณมีทรวงอกที่ดูสวยงามสง่าเหนือธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หรือทากท่านใดที่กำลังวางแผนจะเสริมหน้าอกหรือยังมีข้อสงสัยประการใด สามารถรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของ Nida Esth’ Medical Centre ได้ที่ โทร 02-252-2121 หรือ Line Official Account @nida_esth

Reference

  • American Society of Aesthetic Plastic Surgery. “Cosmetic Surgery National Databank Statistics.” ASAPS Statistics. N.p., n.d. Web. 14 Aug. 2014.
  • American Society of Aesthetic Plastic Surgery. “Cosmetic Surgery National Databank Statistics.” ASAPS Statistics. N.p., n.d. Web. 14 Aug. 2014.
  • Hedén P,Montemurro P,Adams WP Jr,Germann G,Scheflan M,Maxwell GP, Anatomical and Round Breast Implants: How to Select and Indications for Use. Plastic and reconstructive surgery. 2015 Aug
  • Czerny V. Plastic replacement of the breast with a lipoma. Chir Kong Verhandl. 1895;2:216. [Google Scholar]
  • Longacre JJ. Surgical reconstruction of the flat discoid breast. Plast reconstr surg. 1956;17:358–66. [PubMed] [Google Scholar]
  • Patrick Maxwell G. Plastic Surgery. (2nd ed) Vol 6:3. [Google Scholar]
  • Dempsey WC, Latham WD. Subpectoral implants in augmentation mammaplasty: Preliminary report. Plast Reconstr Surg. 1968;42:515–21. [PubMed] [Google Scholar]
  • Peters CR, Shaw TE, Raju DR. The influence of vitamin E on capsule formation and contracture around silicone implants. Ann Plast Surg. 1980;5:347–52. [PubMed] [Google Scholar]
  • Courtiss EH, Goldwyn RM. Breast sensation before and after plastic surgery. Plast Reconstr Surg. 1976;58:1–13. [PubMed] [Google Scholar]
    ​​​​​​​