10 เรื่องต้องรู้ ขจัดปัญหาฝ้า-กระ-จุดด่างดำบนใบหน้า พร้อมอัพเดต เทคโนโลยีปรับผิวออร่า-กระจ่างใส ที่ดีที่สุดแห่งปี 2022

Nida Esthetic Cosmetic Surgery Bangkok

การมีผิวหน้าออร่า-สว่างกระจ่างใสแบบไร้ที่ติ เป็นอีกหนึ่งความฝันของสาว ๆ และหนุ่ม ๆ หลาย คน จนทำให้ทุกคนพยายามที่จะดูแลผิวหน้าของเราอย่างดีที่สุด แต่จนแล้วจนรอดกลับพบว่า เมื่อเรามีอายุที่เพิ่มมากขึ้นเกิดมีรอยด่างคล้ำสีน้ำตาลขึ้นบนใบหน้า หรือบางครั้งมีจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ กระจายขึ้นอยู่ทั่วใบหน้า

ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าจุดด่างดำเหล่านี้คืออะไร… บางคนก็อาจจะตอบว่าเป็น ‘ฝ้า’ บางคนอาจจะตอบว่าเป็น ‘กระ’ หรือ เป็นเพียง ‘จุดด่างดำจากรอยสิว’ แต่แล้วสรุปมันคืออะไรกันแน่? วันนี้ Nida Esth’ Medical Centre (ศูนย์การแพทย์นิดา เอสธ์) ได้รวบรวมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหา ฝ้า กระ และจุดด่างดำ พร้อมชี้ให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เพื่อที่ทุกท่านจะได้เลือกวิธีการรักษาและการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลยค่ะ…

สารบัญ

 

1.ทำความรู้จักกับความแตกต่างของ ฝ้า-กระ-จุดด่างดำ

 

ปัญหา ‘ฝ้า’ ‘กระ’ และ ‘จุดด่างดำ’ เป็นปัญหาของผู้หญิงมากมายโดยเฉพาะสาวชาวเอเชียที่ต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ทำให้เม็ดสีเมลานินบนใบหน้าทำงานผิดปกติ แต่ในปัจจุบันหลายท่านยังคงมีความสับสนระหว่างฝ้า กระ และจุดด่างดำเพราะมองเผิน ๆ แล้วทั้งสามปัญหาผิวหน้าเหล่านี้ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง

 

 

ดังนั้นหากเราต้องการรักษาปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำให้เห็นผล ก่อนอื่นเราจะต้องมาทำความรู้จักถึงความแตกต่างของปัญหาของฝ้า กระ และจุดด่างดำเพื่อเลือกสรรและวางแผนแนวการทางรักษาที่เหมาะสมสำหรับปัญหาของเรามากที่สุด

“ฝ้า” หรือ Melasma แบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่

  • ฝ้าตื้น มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลขอบชัด เกิดได้ง่ายจากการสร้างเม็ดสีเมลานินที่มากกว่าปกติในระดับผิวหนังชั้นหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) โดยสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการทาครีมรักษาฝ้าและการใช้ครีมกันแดดอย่าสม่ำเสมอ
  • ฝ้าลึก มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลเทา สีเทาอมฟ้า สีอมม่วง และเกิดจากการสร้างเม็ดสีเมลานินที่มากกว่าปกติในระดับผิวหนังชั้นหนังแท้ จึงรักษายากกว่าฝ้าแบบตื้น ดังนั้นการรักษาด้วยยาทาฝ้าหรือการใช้ครีมกันแดด จะช่วยให้ปัญหาดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่สามารถกำจัดให้หายได้
  • ฝ้าแดด มีลักษณะเริ่มแรกเป็นสีออกน้ำตาลคล้ำ-ดำ-แดงเกิดจากการได้รับแสงรังสียูวีจากแสงแดด แสงไฟ แสงจากคอมพิวเตอร์และแสงจากโทรศัพท์ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษา สีของฝ้าชนิดนี้ก็จะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ 
  • ฝ้าเลือด มีลักษณะคล้ายเส้นเลือดฝอยแตกบนใบหน้า ฝ้าชนิดนี้เกิดขึ้นจากการใช้ครีมหรือเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น มีสารเสตียรอยด์ สารปรอท เป็นต้น ทำให้ผิวหน้าบางและแพ้ง่ายกว่าปกติ โดยจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

 

“กระ” หรือ Freckles แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่

  • กระตื้น มีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาลอ่อน ขอบเขตชัด มักพบได้ในบริเวณที่สัมผัสแสงแดด เช่น โหนกแก้ม หรือ จมูก พบมากในวัยรุ่นและผู้ที่มีผิวขาว โดยเกิดจากเซลล์เม็ดสีทำงานผิดปกติจึงมีความไวต่อแสงแดดมากเป็นพิเศษ 
  • กระลึก มีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาลเข้ม อมเทาดำ ขอบเขตไม่ชัด ลักษณะคล้ายฝ้า ผิวเรียบ กระจุกอยู่เป็นกลุ่มบนใบหน้า มักขึ้นบริเวณบริเวณโหนกแก้มและจมูก โดยเกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดสีบริเวณชั้นหนังแท้และถูกกระตุ้นโดยรังสี UV จากแสงแดด ร่วมกับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นช่วงวัยรุ่นหรือช่วงตั้งครรภ์ 
  • กระแดด มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลอ่อน ขอบเขตชัด ขนาดเล็ก เกิดจากแสงแดดและอายุที่มากขึ้น ซึ่งสามารถพบได้ในบริเวณที่โดนแสงแดดเป็นประจำ เช่น ใบหน้า แขน ขา ซึ่งหากปล่อยไว้อาจใหญ่และนูนขึ้นได้ ไม่สามารถจางลงได้เอง 
  • กระเนื้อ มีลักษณะเป็นเนื้องอกของผิวหนัง เกิดจากการที่หนังกำพร้ามีการเจริญเติมโตมากจนผิดปกติ กระเนื้อมีสีน้ำตาลอ่อนจนไปเข้มและดำ ลักษณะเป็นตุ่มนูน มักพบบริเวณใบหน้า คอ แขน และลำตัว โดยมีสาเหตุจากพันธุกรรม แสงแดด และวัยที่มากขึ้น

 

“จุดด่างดำ” หรือ Dark Spot คือ รอยดำจากการอัพเสบของผิวหนังและรอยอักเสบที่เกิดจากการเป็นสิว พบมากหากเป็นสิวอักเสบ หรือไปแกะสิว รอยดำลักษณะนี้จะเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาล

 

จุดด่างดำจากการอักเสบของผิวหนัง เกิดจากการอักเสบใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดขึ้นขณะเป็นสิว เมื่อร่างกายเข้าสู่กระบวนการรักษาผิวหนังบริเวณดังกล่าว ร่างกายจะผลิตเม็ดสีผิวเมลานินจำนวนมาก ทำให้บริเวณของสิวที่หายแล้วมีสีเข้มขึ้นหรือเป็นรอยดำ ส่วนใหญ่รอยด่างดำจากสิวส่วนมากจะจางลงได้เอง แต่อาจใช้เวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน นอกจากนี้หากเรายิ่งเผชิญหน้ากับรังสี UV มากแล้วละก็ รอยดำจากสิวก็จะยิ่งเข้มและอยู่นานขึ้น

สาเหตุของฝ้า กระ จุดด่างดำ

จะเห็นได้ว่า กระ กับ ฝ้า จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ ฝ้า จะมีลักษณะเป็นปื้นและมีขนาดใหญ่กว่า ขณะที่ กระ จะเป็นจุดกลมๆ เล็กๆ มีขอบชัดเจน มีสาเหตุหลักๆ มาจากพันธุกรรม ถ้าพ่อแม่เป็น ส่วนใหญ่ลูกจะเป็น โดยเฉพาะคนที่มีผิวขาว มักจะเป็นกระมากกว่าคนผิวสีเข้ม

โดยสาเหตุหลักของการเกิดฝ้า-กระ-จุดด่างดำ นั้นก็คือรังสี UV เพราะเมื่อผิวเราได้รับรังสี UV ในปริมาณมาก เม็ดสีเมลานินที่อยู่บนหน้าเราก็จะถูกผลิตเยอะขึ้นตามไปด้วย

ซึ่งนอกจากรังสียูวีแล้ว ฝ้ายังสามารถยังเกิดได้จากความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ เช่น ผู้หญิงในภาวะตั้งครรภ์บางคน อยู่ๆ ก็อาจประสบปัญหาฝ้าได้ เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย นอกจากนี้หรือแม้แต่เครื่องสำอางและครีมทาหน้าบางประเภทที่มีส่วนผสมของน้ำหอมก็อาจส่งผลให้เกิดฝ้าได้ด้วยเช่นกัน

2.อัพเดตเทคโนโลยีรักษาปัญหา “ฝ้า-กระ-จุดด่างดำระดับตื้นจากแสงแดดและความร้อน” แห่งปี 2022

 

3D Advanced (Limelight & Laser Genesis) จาก USA คือโปรแกรมเลเซอร์อัจฉริยะ 3  Dimensional Advance Skin Rejuvenation ที่ผสานศาตร์ทางการแพทยในการบำบัดเซลล์ผิวด้วย

  • Light Energy (พลังงานแสง)
  • Laser Energy (พลังงานแสงเลเซอร์)
  • Infrared Energy (พลังงานอินฟาเรด)

เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอยต่างๆ พร้อมปรับผิวให้เรียบเนียนตึงกระชับ ฟื้นฟูผิวแบบ 3 มิติใน 1 เดียว ผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง  ความหมองคล้ำ และจุดด่างดำจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะ 3 Dimensional Skin Rejuvenation โปรแกรมเลเซอร์อัจฉริยะ ที่ตอบสนองได้ทุกปัญหาผิว ซึ่ง 2 ใน 3 ของโปรแกรมสามารถช่วยำจัดปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

Limelight มิติที่ 1 แห่งการฟื้นฟู : ปรับสีผิว ลดเลือนฝ้า กำจัดความหมองคล้ำ

 

กระจ่างใสอย่างสัมผัสได้ ด้วยพลังงานคลื่นแสง Limelight 

พลังงานคลื่นแสงชนิดเดียวที่สามารถปรับระดับความยาวคลื่น ความเข้มแสง รวมไปถึงอุณหภูมิได้ เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหาผิวที่เกิดขึ้น โดย Limelight 560 - 1200 nm จะเข้าไปฟื้นฟูผิวในชั้นบนสุด ทำหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ร่องรอบจากสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำจากแดดและวัย ทำให้ผิวดูเรียบเนียนใสขึ้นอย่างสัมผัสได้  

Laser Genesis มิติที่ 2 แห่งการฟื้นฟู : ความเรียบเนียน

เรียบเนียนตึงกระชับ ปรับสภาพและฟื้นฟูผิว ด้วย Laser Genesis

เลเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า ด้วยความยาวคลื่นแสง 1064 nm. โดยลำแสงจะลงลึกถึงผิวหนังแท้ช่วงบน ช่วยเพิ่มกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ พร้อมฟื้นฟูโครงสร้างคอลลาเจนของชั้นผิว ทำให้รูขุมขนและผิวกระชับขึ้น ลดความหยาบกร้าน มีความเรียบเนียน ทำให้ริ้วรอยและแผลเป็นจากสิวที่ไม่ลึกตื้นขึ้นหลังทำ

โดยจากการศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น พบว่า Laser genesis ที่ใช้ควบคู่กับ limelight จะช่วยให้มีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้าเพิ่มขึ้น 

โทคโนโลยี Lime Light & Laser Genesis จาก โปรแกรม 3D Advanced เหมาะสำหรับ : 

  • ผู้ที่มีปัญหาฝ้า-กระ-จุดด่างดำในระดับตื้น จากแสงแดด 
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหยาบกร้านรูขุมขนขยาย ริ้วรอยเหี่ยวย่น

หลักการทำงานของคลื่นแสง
ลำแสง LimeLight จะทำการฟื้นฟูผิวหนังด้านบนในบริเวณที่เป็นฝ้ากระ ทำให้ฝ้ากระที่ผิวชั้นตื้นลดลง ส่วน Laser Gebesis จะ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังฉันหนังแท้ตอนกลาง ทำให้ผิวหนังเรียบเนียนอ่อนเยาว์

นานไหมกว่าจะเห็นผล
เห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่การรักษาครั้งแรก ฝ้ากระลดลง

 

3.อัพเดตเทคโนโลยีรักษาปัญหา “ฝ้า-กระ-จุดด่างดำระดับป่นกลางจากฮอร์โมนและพันธุกรรม” แห่งปี 2022

 

 

REvlite: PhotoAcoustic Laser 

RevLite Fusion เป็นสุดยอดนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีด้านเลเซอร์ และศาสตร์ทางด้านการบินอวกาศเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Photo Acoustic Laser

Photo Acoustic คือการใช้พลังงานแสง Photo Energy ผสานกับพลังสะท้อนของคลื่นเสียง Acoustic Energy ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการบินทางอวกาศ ร่วมกับการผสมผสานด้านเซลล์บำบัด (Cell Therapy) ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางชีววิทยาของเซลล์ผิวใหม่ทั้งหมด จึงเปรียบเสมือนการกำเนิดของเซลล์ผิวใหม่ ให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการใช้พลังงานแสงเลเซอร์แค่เพียงอย่างเดียว พร้อมความปลอดภัยต่อผิวที่สูงกว่าเดิม โดย RevLite Fusion นั้นจะทำงานตอบสนองกับทั้งผิวชั้นนอก และชั้นผิวหนังแท้

Photo Acoustic Laser เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหาจุดด่างดำ รอยดำฝ้า กระ ในระดับตื้น-ระดับปานกลางในชั้นผิว
  • ผู้ที่ต้องการกระชับรูขุมขน ให้ผิวเรียบเนียน
  • ต้องการลบรอยสัก

หลักการทำงาน

Photo Acoustic Energy นั้นจะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของ Melanin (เม็ดสีที่สร้างจากเซลล์ผิวหนัง) ที่รวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่นจนสามารถมองด้วยตาเปล่าเห็น เช่นฝ้า กระ หรือรอยจากการสัก และจุดด่างดำ การสั่นสะเสือนจะทำให้เกิดการกระจายตัวเป็นแผ่นบางในแนวราบ ก่อนจะหลุดลอกออกจากชั้นผิว

เมื่อกระบวนการผลัดเซลล์ผิวผลัดออกตามธรรมชาติ จะสังเกตเห็นได้ว่า จุดด่างดำ ฝ้า กระ นั้นจางลง และจะจางลงอย่างเห็นได้ชัดยิ่งขึ้นหลังการรักษา

นานไหมกว่าจะเห็นผล

ฝ้า จุดด่างดำจางลงชัดเจนหลังการรักษา 4 ครั้งทุก 1 สัปดาห์
ฝ้าจางลงหลังการรักษา 10-12 ครั้ง อย่างต่อเนื่องทุก 1 สัปดาห์

 

 

FEM™ Fast Edge Micro Pulse Technology ผิวอ่อนใส.......ด้วยประกายแห่งลำแสง

ด้วยประกายแห่งลำแสงนับร้อยนับพันจุดที่ถูกปล่อย (Microsecond) ของ CuBr Laser เพื่อฟื้นฟูสภาพผิว เป็นที่มาแห่งความสำเร็จในการพัฒนา FEM™ หรือ Fast Edge Micro Pulse Technology เพื่อแก้ไขปัญหาผิวพรรณ

ด้วยเทคโนโลยีแห่ง FEM™ทำให้ CuBr Yellow Laser Beam ที่ความยาวคลื่น 578 nm และ CuBr Green Laser Beam ที่ความยาวคลื่น 511 nm สามารถแก้ไขปัญหาผิวพรรณหลากหลายและมีประสิทธิภาพ

FEM™ ฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างไร?

FEM™ สามารถแก้ไขปัญหาผิวพรรณได้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากประกอบด้วย ลำแสง 2 ชนิด คือ

CuBr Yellow Laser Beam

มีความสามารถในการกระตุ้นเซลล์ผิวให้สามารถสร้าง Collagen ได้เพิ่มขึ้น  ริ้วรอยเหี่ยวย่นจึงลดเลือนลง รูขุมขนกระชับขึ้น รอยแผลเป็นจากสิวตื้นขึ้น และยังช่วยชะลอกระบวนการชราที่จะบังเกิดต่อเซลล์ผิวในอนาคตอีกด้วยนอกจากนี้ Yellow Beam ยังสามารถลดการอักเสบของสิว ช่วยสมานเนื้อเยื่อ ทำให้รอยแดงจากสิวลดเลือนลง

CuBr Green Beam

มีประสิทธิภาพในการขจัดจุดด่างดำจากการสะสมของ Melanin ส่วนเกินบนผิวหนัง จึงสามารถลบเลือนกระ จุดด่างดำ ขจัดความหมองคล้ำจากแสงแดด และมลภาวะต่างๆ CuBr Dual Beam
เป็นการผสาน Yellow & Green Laser Beam เข้าด้วยกัน ทำให้มีประสิทธิภาพในการขจัดไฝ ติ่งเนื้อ และเนื้องอกของผิวหนังชนิดต่างๆ โดยปราศจากเลือด ทำให้แผลหายเร็วกว่าการใช้เลเซอร์ทั่วไป

 

 

FEM™ Facial : ใช้ในการรักษา

  • สิว รวมทั้ง รอยแดง
  • รูขุมขนขยาย
  • ริ้วรอยเหี่ยวย่น
  • กระ จุดด่างดำ ความหมองคล้ำจากแสงแดดและมลภาวะ
  • ฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวม ให้คงความอ่อนเยาว์ไว้เนิ่นนาน
  • ขจัดไฝ ติ่งเนื้อ กระเนื้อ นูน ต่อมไขมัน และเนื้องอกผิวหนังชนิดต่างๆ
     

ข้อควรทราบ

  • ควรเข้ารับการรักษาอย่างน้อย 5 ครั้ง
  • ไม่เจ็บ สามารถแต่งหน้าได้ทันทีหลังการรักษา
  • ใช้ในการรักษาฝ้าเลือดโดยทั่วไป
  • ไม่ได้ใช้ในการรักษา ฝ้า-กระ โดยตรง
  • มักใช้ร่วมกับเลเซอร์ชนิดอื่น ๆ เช่น REvLite หรือ PicoSure เพื่อเสริมประสิทธิภาพในเคสที่มีฝ้าเลือด

 

4.อัพเดตเทคโนโลยีรักษาปัญหา “ฝ้า-กระ-จุดด่างดำระดับรุนแรง” แห่งปี 2021

 

PicoSure F.L.A. จากประเทศ สหรัฐอเมริกา

ความแตกต่างที่เหนือกว่าของ Pico Sure Focus Lens Array ในการรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำ

Focus Lens Array ทำให้เกิด “ทฤษฎี Cell signalling ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของผิวอ่อนเยาว์เปล่งประกาย ไร้ฝ้า-กระ-จุดด่างดำ อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นจากทฤษฎี Cell - heal - Cell (เซลล์ซ่อมเซลล์) เพื่อเนรมิตความอ่อนเยาว์ปราศจากฝ้า-กระ อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่ง "Picosure เป็นการปฏิวัติการทำงานของเลเซอร์ครั้งสำคัญ ด้วย Picosecond Technology ที่เปลี่ยนวิธีทำงานของเลเซอร์ ด้วยคลื่นแสงความถี่สูง ที่มีความเร็วระดับ 1 ต่อ ล้านล้านวินาที ทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติด้วยการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง (photoacoustic) โดยไม่ก่อให้เกิดความร้อน (selective photothermolysis) แบบเดิม จึงไม่เสี่ยงผิวไหม้ และ และได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า"

Pigment Flat Optic ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Pressure wave ซึ่งมีพลังงานมหาศาลที่จะแตกเม็ดสีดำที่รวมตัวกัน Melanin Pigment ซึ่งเป็นสาเหตุของปื้นดำของฝ้า(Melasma) ปานดำ และกระลึก (HORI’s, Nevas of OTA) ละเอียดเป็นเม็ดขนาดเล็กเท่าเม็ดทราย จึงง่ายต่อเม็ดเลือดขาว(Macrophase) ของร่างกายที่จะกำจัดทิ้งได้ จึงทำให้ฝ้า-กระ จางลงอย่างได้ผลในระยะเวลาอันสั้น เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ

 

 

PicoSure F.L.A. เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถปรับเปลี่ยนผิวให้ผิวอ่อนเยาว์ รักษาฝ้ากระ ได้ในระดับเซลล์โดยไม่ต้องฉีด ไม่ต้องผ่าตัด

Pressure wave® Energy อันเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ PicoSure F.L.A. ที่ช่วยปรับเปลี่ยนให้ผิวหน้าดู-เนียนใส อ่อนเยาว์

เหมาะสำหรับ :

  • ฝ้ากระ ทั้งระดับลึก และ ตื้น รวมทั้งฝ้ากระที่รักษายากหรือไม่ได้ผลจากการรักษาด้วยวิธีเดิมๆ
  • ผิวแก่ก่อนวัย ต้องการมีผิวเด็ก ดูเด็กลง
  • ต้องการเห็นผลการเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและชัดเจน

 

 

ความแตกต่างและความเหนือกว่าเทคโนโลยีอื่น

  • เป็นเทคโนโลยีล่าสุดจากประเทศสหรัฐอเมริกา
  • เป็นเทคโนโลยีเดียวที่ใช้หลักการ Cell -Signalling ปรับเปลี่ยนโครงสร้างผิวในระดับเซลล์
  • สามารถปล่อยลำแสงเลเซอร์ออกไปในเสี้ยววินาที Picosecond 10 ยกกำลัง -12 วินาที ทำให้ไม่เกิดความร้อนต่อเซลล์ผิว มีประสิทธิภาพสูง เห็นผลเร็ว และปราศจากผลข้างเคียง

นานไหมกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลง

เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนตั้งแต่หลังการครั้งแรก ทั้งฝ้ากระที่ลดลง สภาพผิวที่ดูอ่อนเยาว์กระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและชัดเจนนี้ไม่อาจพบได้ในการรักษาด้วยเทคโนโลยีชนิดอื่น

 

 

หลักการทำงานของ PicoSure FLA

ทำงานด้วยสองกลไกคือ Cell Signalling ส่งสัญญาณแห่งความอ่อนเยาว์เพื่อฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ ผิวจึงใสดูเด็กอ่อนเยาว์และเข้าย่อยสลายเม็ดสีเมลานินส่วนเกินให้กลายเป็นละอองอนุภาคขนาดจิ๋ว จึงทำให้ปัญหาฝ้ากระจุดดังดำที่รักษายากจึงถูกขจัดออกไปอย่างรวดเร็วและอีกหนึ่งกลไกคือหลักการทำงานของทฤษฎี Cell - heal - Cell (เซลล์ซ่อมเซลล์) เพื่อเนรมิตความอ่อนเยาว์ปราศจากฝ้า-กระ อย่างเป็นธรรมชาติ

 

5.ผลิตภัณฑ์กันแดดแบบไหนช่วยป้องกันปัญหาฝ้า-กระ-จุดด่างดำ

กันแดด SPF เท่าไหร่จึงเหมาะสม

รังสีอัลตราไวโอเลต หรือ (Ultraviolet: UV) ชนิดUVA และ UVB เป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาฝ้า กระ และ จุดด่างดำ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการสร้างสารอนุมูลอิสระ ปัญหาผิวเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อย ผิวไหม้แดด รวมไปถึงมะเร็งผิวหนัง

รังสี UVA สามารถส่องผ่านทะลุกระจกเข้าไปยังอาคารบ้านเรือนได้ อีกทั้งยังมีแสงสีฟ้าจากมือถือและจอคอมพิวเตอร์ ดังนั้น แม้จะอยู่ในบ้านก็ควรทาครีมกันแดดที่เหมาะสมเช่นกัน

ดังนั้นเราควรเลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติปกป้องได้ทั้งแสง UVA และ UVB โดยสามารถสังเกตจากค่า SPF และ PA ตามลำดับ โดยควรเลือกระดับ SPF ตั้งแต่ 30 และค่า PA 3+ ขึ้นไป

อยู่บ้านทากันแดดไหม ?

​​​​​​​หรือไม่ว่า ต่อให้เราจะอยู่ในบ้านหรือในร่ม แต่ก็ไม่สามารถหลีกหนีแสงแดดและรังสี UV ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะรังสี UVA ที่เป็นรังสีคลื่นยาวที่มีอานุภาพสูง จึงสามารถเล็ดลอดเข้ามาในอาคารได้ และรังสีชนิดนี้นี่แหละที่เป็นตัวการทำร้ายผิวของเราได้ลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ หากโดนบ่อย ๆ ละก็จะส่งผลให้คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวถูกทำลาย ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ใบหน้าดูแก่กว่าวัย และยังเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังด้วย ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การทาครีมกันแดด ถึงอยู่บ้านก็จำเป็นต้องทำเป็นประจำทุกวัน

 

6.วิธีการดูแลตัวเองให้ห่างไกลปัญหาฝ้า-กระ-จุดด่างดำ

 

  • หลีกเลี่ยงการเพชิญหน้ากับแสงแดด: เพราะแสงแดดจะปล่อยคลื่นรังสี UV เมื่อได้รับรังสี UVA และ UVB จัดๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็จะเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายที่เพิ่มขึ้น จนรอยฝ้าหรือกระ เริ่มลอยเด่นชัดตามส่วนต่างๆ ของใบหน้า
  • พยายามไม่นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นประจำ : แสงสว่างจากคอมพิวเตอร์จะทำให้เกิดความร้อนสะมอยู่บริเวณใบหน้าของคุณค่ะ พอสะสมมากเข้าก็จะทำปฏิกิริยากับเม็ดสีเมลานินที่อยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดฝ้าบนใบหน้าได้
  • ตรวจสอบสาที่อาจแพ้ในเครื่องสำอาง : เช่น น้ำหอม สี สารกันเสีย เครื่องสำอางบางชนิดที่มีฮอร์โมนเพศผสมอยู่ก็ทำให้เกิดรอยด่างดำแบบฝ้า กระได้ค่ะ ทางที่ดีไม่ควรเปลี่ยนเครื่องสำอางบ่อยๆ เพราะอาจทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย หรือหากใช้เครื่องสำอางชนิดไหนแล้วเกิดการแพ้ ควรจะอ่านรายละเอียดของสารประกอบในเครื่องสำอางนั้นว่ามีสารตัวใดอยู่บ้าง ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดการแพ้ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงสารตัวนั้นเมื่อจะซื้อเครื่องสำอางชนิดอื่นต่อไปค่ะ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ครีมไม่มีมาตรฐาน : เพราะครีมหน้าขาวแบบเห็นผลไวมักเต็มไปด้วยสารปรอท และสารเคมีต่างๆ ที่ทำร้ายผิว ไม่มีที่มา ไม่มีส่วนผสมชัดเจน รู้แต่ว่าขาวไว ครีมพวกนี้เมื่อใช้ไปสักพักจะทำให้เกิดฝ้าได้ และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นผลพวงจากครีมอาจทำให้ฝ้าฝังลึกยิ่งกว่าเดิมได้ค่ะ
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนการทานยาคุมกำเนิด : ในยาคุม มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศ ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากขึ้น สาวๆ ที่ทานยาคุมจึงมีรอยฝ้า กระขึ้นได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ทานยาคุม รวมถึงคนที่ตั้งครรภ์ก็จะมีรอยฝ้า กระได้เช่นกันค่ะ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : นอกจากจะทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอย สิว และความหมองคล้ำแล้ว เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอระบบภายในร่างกายก็จะรวน มีผลต่อฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้ไม่ค่อยดี จนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการเครียด มีอนุมูลอิสระ ส่งผลให้เมลานินทำงานได้ไม่ค่อยดี ทำให้เกิดรอยฝ้า กระได้ชัดมากยิ่งขึ้น

 

7.ปลอดภัยไหม? ถ้ารักษาปัญหาฝ้า-กระ-จุดด่างดำ ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ในช่วง Covid-19

 

ในช่วงโควิด-19 หลายท่านคงจะสงสัยว่าสามารถทำหัตถการบนใบหน้าได้หรือไม่ ซึ่งคำตอบคือสามารถทำได้ค่ะ แต่ต้องศึกษามาตรการของศูนย์การแพทย์ที่นั้นๆ ว่ามีมาตรการการคัดกรองที่รัดกุมหรือไม่อย่างไร เช่น มีการตรวจ Rapid Test Kit (ATK) ให้กับผู้เข้ารับบริการ และพยาบาลรวมถึแพทย์ผู้ให้บริการ เจ้าหน้าที่ได้รับวัคซีนครบโดส ครบถ้วนแล้วหรือไม่นอกจากนี้ที่ศูนย์การแทย์ควรมีมาตรฐานและนโยบายในการดูแลคนไข้ในช่วงสถานการณ์การระบายของโควิด-19 

ในระหว่างการทำหัตถการแพทย์และพยาบาลควรมีมารตการในการป้องกัน เช่น กันสวมหน้ากากอนามัย     Face Shield และถุงมือ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคนไข้ว่าจะได้รับการบริการที่ปลอดภัยแบบ 100% 

 

8.เทคโนโลยีสแกน-วิเคราะห์ปัญหาผิวหน้า หนึ่งเดียวที่กล้าการันตีเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อน-หลังรักษา

 

 

สำหรับขั้นตอนการดูแลรักษารูปหน้านั้น เพื่อให้เราได้เห็นผลลัพธ์ก่อน-หลังการทำหัตถการที่ชัดเจนมากกว่าเพียงการถ่ายรูปธรรมดา คือการเริ่มจากขั้นตอนแรกที่สำคัญคือ การถ่ายภาพด้วย Clear Vision 2D&3D Camera เพื่อนำมาเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนหลังการทำหัตถการเพื่อเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแบบตรวจสอบได้ นอกจากนี้ Clear Vision 2D&3D ยังสามารถตรวจวิเคราะห์เม็ดสี จุดด่างดำ และรอยแดงได้อีกด้วย ถือเป็นข้อดีที่เราสามารถมองเห็นปัญหาต่างๆ ได้อย่างชัดเจนเพื่อทำไปเป็นแนวทางในการปรึกษากับแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้ในแต่ละราย

9.ตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ให้บริการ

ปัจจุบันมีสถานพยาบาลหลากหลายแห่งที่ให้บริการด้านความงามและรูปร่าง การเลือกสถานพยาบาลจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามโดยต้องคำนึงถึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • Safety Policy มาตรการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ซึ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ มาตรการป้องกันโควิด-19 การคัดกรองและการทำความสะอาด / ฆ่าเชื้อ ภานในศูนย์ หรือภายในคลินิก
  • มีเทคโนโลยีเลเซอร์ด้านรูปร่างที่ได้มาตรฐานระดับโลก เช่น US FDA , CE MARK
  • มีแพทย์วุฒิบัตรเฉพาะทาง ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์และเทคโนโลยีการสลายไขมัน กระชับสัดส่วน ในการให้คำปรึกษาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาหรือไม่ 
  • มี AI Plan แจ้งรายละเอียดโปรแกรมการรักษาที่ชัดเจนตั้งแต่วิธีการทำไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่แน่นอน 
  • มีการดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งก่อนและหลังการรักษาโดยพยาบาลผู้ชำนาญการ
  • ทำหัตถการในสถานที่ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และได้รับการรับรองจากสถาบันระดับนานาชาติ
  • มีการประเมินผลลัพธ์ที่ชัดเจน ก่อน-หลัง ถึงความเปลี่ยนแปลง
  • มีการให้บริการที่ดี พร้อมทีมงาน Customer Service ที่คอยดูแล ตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง 
     

10.ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของศูนย์การแพทย์ผิวหนังที่เข้ารับบริการ

 

หลังจากที่เลือกคลินิกแล้ว เราก็ต้องมาศึกษาข้อมูลของแพทย์ที่ให้คำปรึกษาและเป็นผู้ดูแลตลอดการรักษาของเราด้วยว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือไม่ โดยจะต้อง

  • มีวุฒิบัตรและใบประกอบวิชาชีพชัดเจน โดยเราสามารถตรวจสอบรายชื่อศัลยแพทย์ได้ที่ https://www.thprs.org/find-doctor 
  • มีผลงานการรักษาจำนวนมาก เพื่อเป็นเครื่องการันตีประสบการณ์ในการรักษา
  • มีเทคโนโลยีที่ช่วยวัดผลลัพธ์ก่อน-หลังการรักษาออกมาเป็นรูปธรรมและนามธรรมอย่างชัดเจน
  • มีการวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบ พร้อมคอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ในแต่ละราย
  • พร้อมทีม Telehealth ที่จะช่วยดูแลคุณให้อุ่นใจพร้อมคลายกังวลในทุกปัญหา แม้สิ้นสุดการรักษาไปแล้ว

ซึ่งการเข้าไปปรึกษาแพทย์โดยตรง จะทำให้เรารู้วิธีการประเมินการรักษา ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือของแพทย์ได้ โดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจริง จะอธิบายให้เราเข้าใจ ให้คำแนะนำเราได้อย่างถูกต้อง เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและจะมีการซักประวัติ รวมไปถึงการสอบถามพฤติกรรมของคนไข้ เพื่อประเมินการรักษาอย่างละเอียดด้วย

จากข้อมูลข้างต้นเกี่ยวกับ 10 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับการรักษาฝ้า-กระ-จุดด่างดำด้วยเทคนิคต่าง ๆ ที่ Nida Esth’ Medical Centre ได้รวบรวมมานั้น หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังสนใจจะเข้ารับการรักษาปัญหา ฝ้า กระ จดด่างดำและสามารถช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นก่อนการเข้ารับการรักษา นอกจากนี้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ แพทย์หญิง สุนิดา ยุทธโยธิน  แพทย์ผิวหนัง No.1 ที่มีประสบการณ์กว่า 22 ปีด้านความงามและการรักษาด้วยเลเซอร์เทคโนโลยีที่ Nida Esth’ Medical Center ศูนย์การแพทย์ความงามชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมสรรพด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัยผนวกกับความชำนาญของทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรในด้านต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหารูปร่างที่คุณกังวล จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยและผลลัพธ์ระดับ Premium หลังการรักษาได้อย่างแน่นอน

ท่านสามารถรับคำปรึกษาจากทีมพยาบาลผู้ชำนาญการของ Nida Esth’ Medical Centre ได้ที่ โทร 02-252-2121 หรือ Line Official Account @nida_esth