4 ต้นตอสำคัญ..เพิ่มทริคป้องกัน ผมร่วง-บางของสาวๆ ที่พบมากที่สุดแห่งปี 2022

การจัดกับปัญหาผมร่วง-ผมบางที่ถูกต้องและถูกจุดนั้นขึ้นอยู่กับความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาและสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น หรือเรียกว่าการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ เพราะหากเรายังไม่ทราบถึงปัญหาและสาเหตุที่แท้จริง การจะขจัดปัญหาให้หมดไปนั้นก็เป็นเรื่องยาก

ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มวิตกกังวลเรื่องปัญหาผมบางของคุณ ลองพิจารณาถึงสาเหตุต่าง ๆ ที่ พ.ต.ท.นพ.ปิยะ รังรักษ์ศิริ ศัลยแพทย์แพทย์วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมพร้อมประสบการณ์การรังสรรค์ความงามกว่า 22 ปีที่ Nida Esth’ Medical Centre ได้หยิบยกมานำเสนอทั้งหมด 4 ประเด็นของอาการผมร่วง-ผมบางในผู้หญิง เพื่อให้สาวๆ ได้เข้าใจถึงปัญหาและสาเหตุของเส้นผมที่ร่วง-บางที่อาจเกิดขึ้นได้ของตัวเอง พร้อมทริคป้องกันปาการผมร่วง-ผมบางฉบับง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยตัวเองค่ะ

สาเหตุผมร่วง-บางในผู้หญิง?

ตามธรรมชาตินั้นหนังศีรษะมนุษย์โดยเฉลี่ยมีรูรากผมประมาณ 100,000 ราก ซึ่งเส้นผมในรูรากผมแต่ละเส้นของเราจะอยู่ในระยะที่แตกต่างกันโดยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้

 

 

ความเครียด

 

ความเครียดเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน โดยหากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ความเครียดอาจนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพมากมายรวมถึงปัญหาผมร่วงด้วย สำหรับปัญหาผมร่วงที่เกิดจากความเครียดนั้น การจัดการกับความเครียดเป็นหนึ่งในเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผมที่แข็งแรงให้กลับคืนมาอีกครั้ง ดังนั้นหากคุณรู้สึกว่าระดับความเครียดเริ่มสูง ลองหายใจเข้า-ออกลึกๆ และมองหาวิธีคลายเครียดที่ดีต่อสุขภาพดู เช่น การนวดผ่อนคลายหรือการดูหนัง-ภาพยนตร์เพื่อสุขภาพเส้นผมที่ดีรวมถึงสุขภาพด้านจิตใจด้วย

ภาวะหลังคลอดบุตร

 

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ร่างกายมีแรงกระตุ้นมากที่สุดในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณแม่บางคนจะมีอาการผมร่วงอย่างกะทันหันระหว่างและหลังคลอด ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กล่าวว่าอาการผมร่วงนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดจากการตั้งครรภ์ ซึ่งในช่วง 9 เดือนของการตั้งครรภ์ เส้นผมของเราจะยังคงเติบโตและไม่หลุดร่วงตามปกติ  แต่เมื่อฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหลังคลอด เส้นผมจะเข้าสู่ระยะพักตัวและขนส่วนเกินก็จะหลุดร่วงออกมาแลดูมากว่าปกติ อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วอาการผมร่วงนี้จะเกิดขึ้นชั่วคราวและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคลอดบุตรตามธรรมชาติเท่านั้น จึงไม่เป็นที่น่ากังวลเท่าไหร่

การจัดแต่งทรงผม

 

เป็นที่รู้กันดีว่าเส้นผมที่ผ่านการจัดแต่งอยู่เป็นประจำจะหลุดร่วงง่ายขึ้นกว่าปกติและไม่แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความร้อน ฟอกสีผม หรือหันไปใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย  นอกจากนี้การจัดแต่งทรงผมโดยการมัดรวบตึงหรือการถักผมเปียที่แน่นจนเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อเส้นผมได้เช่นกัน ดังนั้นครั้งต่อไปหากต้องการให้ผมของคุณดูสง่างาม ลองคลายความแน่น ตึง รั้ง ซักเล็กน้อยหรือลดการใช้สารเคมีและความร้อนที่ใช้อยู่แล้วหันมาใช้ลมเย็นหรือสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อสุขภาพที่ดีของเส้นผมและหนังศีรษะของคุณ

กรรมพันธุ์

บ่อยครั้งที่ปัญหาผมร่วง-บางมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญจาก Imsengco Clinic กล่าวว่า "สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการผมร่วงคือภาวะทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นเนื่องจากอายุที่มากขึ้น โดยอาการนี้เรียกว่าผมร่วงแบบแอนโดรเจนิคซึ่งมีทั้งในผู้ชายและผู้หญิง  โดยมักจะเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อยและอยู่ในรูปแบบที่สามารถคาดเดาได้ คือ บริเวณไรผมที่ถดถอยลงและเริ่มมีจุดหัวล้านในผู้ชาย และผมที่บางลงบริเวณกระหม่อมของหนังศีรษะในผู้หญิง” ดังนั้นหากคุณพบว่าตัวเองกำลังมีปัญหาผมร่วงเช่นและมีคนในครอบครัวก็เคยหรือกำลังประสบปัญหาแบบเดียวกัน ก็อาจสรุปได้ว่าคุณอาจจะได้รับการถ่ายถอดกรรมพันธุ์ผมร่วง-บางมาก็เป็นได้

นอกจากนี้ผลพวงจากการระบาดของไวรัส COVID-19 เราได้พบกับสาเหตุใหม่ของปัญหาผมร่วง-บาง คือการหลุดร่วงของเส้นผมหลังการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งกำลังได้รับหลักฐานและงานวิจัยรองรับมากขึ้นเรื่อยๆ

ทริคป้องกันผมร่วง-บาง

 

1.เลือกใช้แชมพูให้เหมาะกับสภาพผมและหนังศีรษะ      
เลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมให้เหมาะกับสภาพเส้นผม เลือกใช้แชมพูอ่อนๆ ที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ รวมถึงครีมนวดที่ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพเส้นผมของตัวเองพร้อมทั้ง มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม

2. รู้จักการสระผมที่ถูกวิธี
ขณะสระผม ควรสระผมโดยใช้วิธีนวดคลึงหนังศีรษะโดยใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลมเบาๆ ซึ่งจะช่วยถนอมเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นอีกด้วย

3. ดูแลเส้นผมอย่างถะนุถนอม
ในขณะผมเปียกชื้น เส้นผมจะมีความอ่อนแอมากที่สุด ดังนั้นหลังสระผมไม่ควรเช็ดผมแรงๆ หรือหวีผมแรงๆ เพราะจะทำให้สารเคลือบผมและโปรตีนในเส้นผมถูกทำลาย และทำให้เส้นผมสุขภาพเสียได้ง่าย ดังนั้นจึงควรค่อยเช็ดให้แห้ง หวีให้เบามือที่สุด และควรเป่าให้แห้งด้วยลมเย็น

4. หลีกเลี่ยงความร้อน การทำสี ดัด กัด ย้อม
ควรหลีกเลี่ยงการไดร์ผมหรือหนีบผมด้วยความร้อนสูงเป็นประจำเพราะจะทำให้ผมแห้งเสีย แตกปลาย เปราะบางและหลุดร่วงได้ง่าย แต่หากจำเป็นต้องไดร์ผมด้วยความร้อน การถือไดร์ให้ห่างๆ เพื่อให้เส้นผมโดนเพียงลมอุ่นๆ ก็สามารถช่วยลดปัญหาผมเสียสุขภาพที่จะตามมาได้ 

5. ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่ได้มาตรฐาน-ไร้สารเคมี
ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมส่วนมากจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ซึ่งทำให้ผมแห้ง พันกัน และหลุดร่วงง่าย ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ หรือถ้าหากมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพเส้นผมก็จะยิ่งดีมากขึ้นไปอีก

หากใครพบว่าตนเองมีผมร่วง ผมบางมากกว่าปกติ หรือบริเวณหนังศีรษะเริ่มมีส่วนที่ล้าน-บาง การแก้ไขปัญหาตั้งแต่ยังเนิ่น ๆ เป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้ง่ายต่อการรักษา ซึ่งไม่ว่าปัญหาผมจะเกิดจากอะไร ไม่ว่าจะกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ความเครียด หรือสาเหตุ อื่น ๆ สามารถเข้ามาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ พ.ต.ท.นพ.ปิยะ รังรักษ์ศิริ ศัลยแพทย์มือหนึ่งประสบการณ์กว่า 21 ปีด้านความงาม ที่ Nida Esth’ Medical Centre ศูนย์การแพทย์ความงามชั้นนำระดับพรีเมี่ยมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ล้ำสมัยผนวกกับความชำนาญของทีมแพทย์และบุคลากรเพื่อดูแลปัญหาที่กังวลใจ โดยสามารถเข้ารับการตรวจวัดความหนาแน่นของเส้นผมด้วยเทคโนโลยี Nano Score Robotic System เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเพื่อออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล โดยเป็นการปลูกผมด้วย “เซลล์คุณเอง” ซึ่งเป็นแพ็คเกจการดูแลต่อเนื่อง 4-6 เดือนตลอดระยะเวลาการรักษา ซึ่งนอกจากเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ที่มี “ผมดกหนา” แล้ว Nida Esth’ ยังมอบความมั่นใจ อ่อนวัย ให้กับคุณคนพิเศษอีกด้วย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกผมด้วยนวัตกรรม UR Cell Hair MicroTransplant กับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ เบอร์ 02-252-2121 / 081-010-2200 หรือ Line Official Account : @nida_esth