การดูดไขมัน

views: 4,544

 

 

Liposuction คือ การปรับเปลี่ยนรูปร่างให้มีสัดส่วนที่ชัดเจนมากขึ้นด้วยการดูดไขมัน  ซึ่งการดูดไขมันด้วย liposuction นั้นจะไม่ทำลายเนื้อเยื่อ, เส้นเลือด, เส้นประสาท และคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้หลังทำไม่เกิดผิวส้มหรือรอยคลื่นที่ผิว   ในด้านความปลอดภัยถือว่ามีความปลอดภัยสูงเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง คนนิยมใช้การดูดไขมันด้วย Liposuction เพราะ ใช้เวลาทำต่อตำแหน่งเพียงไม่กี่นาที และสามารถดูดไขมันได้ในหลายจุดเช่น  ดูดไขมันต้นขา, ดูดไขมันหน้าท้อง, ดูดไขมันต้นแขน, ดูดไขมันปีกหลัง, ดูดไขมันน่อง และดูดไขมันสะโพก หลังการดูดไขมันใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1 วันก็กลับไปใช้ชีวิตตามปรกติได้ แผลมีขนาดเล็ก ไม่เสี่ยงที่จะเกิดเนื้อเบี้ยวผิดรูปจากการทำ อาจมีอาการผิวบวมช้ำแต่จะเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อของแผล   

การทำ Liposuction นั้นสามารถนำไขมันส่วนเกินที่ดูดออกมา แล้วนำไปใช้เสริมในส่วนอื่นของร่างกายได้เพราะโปรแกรม liposuction มีระบบ Fat Transfer หากคนไข้ต้องการนำไขมันไปเสริมหน้าอก หรือส่วนอื่น ๆ ก็สามารถเลือกใช้โปรแกรมนี้ควบคู่ได้

เมื่อไหร่ที่ควรดูดไขมันด้วย Liposuction

เมื่อออกกำลังกายแต่ปริมาณไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่บริเวณต่าง ๆ ไม่ลดลงจนเห็นได้ชัด หรือมีไขมันสะสมจนมีสัดส่วนที่ไม่สมส่วนทำให้หาเครื่องแต่งกายลำบาก  รวมถึงเสียความมั่นใจในตัวเองไปจากปัญหานี้    และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เซลล์ไขมันของตัวเองไปเสริมความงามในบริเวณอื่น

ทำไมถึงต้องเลือกดูดไขมันด้วย Liposuction ที่ Nida Esth’ Clinic

การดูดไขมันด้วย Liposuction นั้นแตกต่างจากการดูดไขมันประเภทอื่นทั้งราคาต่อจุดในการทำ ความรวดเร็ว และความปลอดภัยของตัวคนไข้ เพราะว่าในการดูดไขมันด้วย Liposuction ของ Nida Esth Clinic ใช้ศัลยแพทย์ตกแต่ง และทีมพยาบาลเฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญมานานกว่า 19 ปีในการทำการผ่าตัดดูดไขมัน รวมถึงกรณีที่ต้องมีการวางยาสลบในการผ่าตัด ก็มีวิสัญญีแพทย์คอยให้การดูแลตลอดการทำ 

ตำแหน่งที่เราให้บริการดูดไขมันด้วย Liposuction

คาง, แขน, หน้าท้อง, เอว, สะโพก, ต้นขา, หลัง

  • ดูดไขมันคาง  เป็นการดูดไขมันเพื่อทำให้ใบหน้ากระชับขึ้น หลังทำจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง โครงและกรอบหน้าชัดมากขึ้น    การดูดไขมันบริเวณคางเหมาะกับผู้ที่มีคางสองชั้น แก้มห้อย และไขมันช่วงแก้มกับคางที่เยอะเกินไป
  • ดูดไขมันแขน เป็นตำแหน่งการดูดไขมันที่นิยมที่สุดรองลงมาจากหน้าท้อง เพราะแขนเป็นตำแหน่งที่มีไขมันสะสมอยู่มาก แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาเป็นกรณี เพราะแขนบางคนเกิดจากกล้ามเนื้อเยอะไม่ได้เกิดจากประมาณไขมัน   เมื่อดูดแล้วอาจจะเห็นความแตกต่างไม่ชัดเจน จึงควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนการทำ     ในตำแหน่งการดูดไขมันแขนจะทำผ่านทางข้อศอก หรือบริเวณรักแร้ เพื่อไม่ให้เห็นแผลหลังการทำการดูดไขมัน
  • ดูดไขมันช่วงตัว
    • ดูดไขมันหน้าท้อง เป็นตำแหน่งที่คนทำเยอะมากที่สุด เพราะเป็นตำแหน่งที่ไขมันสะสมง่ายมากที่สุด และเห็นชัดมากที่สุดจึงทำให้คนนิยมทำเพื่อให้มีทรวดทรงที่ชัดเจนขึ้น เหมาะกับคนที่ออกกำลังกายแต่ยังมีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องอยู่ ตำแหน่งแผลที่ทำนั้นจะอยู่ในบริเวณที่ซ่อนแผลได้ เช่นขอบกางเกงใน 
    • ดูดไขมันเอว จะคล้ายกับการดูดไขมันหน้าท้องแต่ส่วนนี้จะเน้นทำให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้าของเอวชัดขึ้น 
    • ดูดไขมันสะโพก เหมาะกับคนที่มีปัญหาสะโพกใหญ่จนทำให้ทรวดทรงไม่รับกัน หรือมีไขมันสะสมช่วงสะโพกมาก
    • ดูดไขมันบริเวณหลัง สำหรับบางท่านที่ไม่ได้อ้วน แต่บริเวณหลังดูหนาผิดปรกติเพราะมีไขมันสะสมอยู่สูง และลดไม่ได้เพราะร่างกายไม่ดึงไขมันส่วนนี้มาใช้
  • ดูดไขมันต้นขา เป็นอีกตำแหน่งที่คนนิยมทำเพราะเป็นตำแหน่งที่ไขมันจะเข้าไปสะสมอยู่มาก และสัดส่วนบริเวณนี้ลดยาก ส่วนตำแหน่งที่ทำการดูดไขมันจะดูดในบริเวณต้นขาด้านใน เหมาะกับคนที่มีหุ่นแบบลูกแพร์ (ด้านบนเล็ก ช่วงล่างใหญ่)

Liposuction เหมาะกับใคร 

  • Liposuction เหมาะกับคนที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินในตำแหน่ง หน้าท้อง สะโพก น่อง ต้นแขน ต้นขา และปีกหลัง ซึ่งออกกำลังหายแล้วแต่ไม่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้  
  • ผิวหนังมีความยืดหยุ่นสูง
  • ไม่มีโรคประจำที่ร้ายแรงจนส่งผลหลังการทำการดูดไขมัน
  • มีร่างกายที่แข็งแรง 

ก่อนการผ่าตัดควรเตรียมตัวอย่างไร

  • งดการกินวิตามิน และยาบางชนิด เช่นแอสไพริน วิตามินอี น้ำมันตับปลา 
  • งดอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดตามที่แพทย์กำหนด
  • งดการสูบบุหรี่ เพราะอาจจะทำให้แผลหายช้าจากสารประกอบในบุหรี่ที่เป็นตัวทำลายเซลล์
  • หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ เพราะอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างผ่าตัดได้
  • ไม่ควรทำในช่วงที่มีรอบเดือน

ข้อควรรู้หลังการผ่าตัดดูไขมัน Liposuction

  • หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วงแรกหรือจนแผลแห้ง
  • หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกของหมักดอง เพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อหรืออักเสบได้ 
  • หลีกเลี่ยงอาหารทะเล หรือไข่ เพราะในอาหารทะเลและไข่มีปริมาณโปรตีนสูง อาจจะทำให้ผิวสร้างกระบวนการรักษาแผลผิดปรกติจนเป็นแผลคีลอยด์ได้
  • ไม่ยกของหนัก หรือทำอะไรที่เป็นการออกกำลังมากกว่าปรกติเพราะจะทำให้แผลช้ำ
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอลล์ เพราะส่งผลให้แผลหายช้ากว่าปรกติ


 

Contact Us

ติดต่อเรา

CAPTCHA
This question is for testing whether or not you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.

Affiliated Hospitals